2009/Jun/16

จาก ภาคก่อน ตอนนี้มาถึงส่วนที่ เป็นสาเหตุในการเขียน blog จริงๆ จังๆซะที (นี่ฉันนั่งอารัมภบทยืดยาวเพื่อเขียนเรื่องนี้สินะ....) ตอนก่อนนี่บรรยายถึง ถ้าเกิดคุณเดินไปร้านขายอาหารพบเจอกับ ถุงอาหารแมว อาหารหมาเต็มร้านแล้วก็นั่งมองยืนมองอย่างงงๆๆ ว่าจะใช้สูตรไหน ให้กับแมวหมา…

ต่อไปนี้คือวิธีการ “อ่านฉลากอย่างฉลาด”  เราจะมา “จับผิด” อาหารเม็ดกัน !! (แสรดด ใครเป็นเซลล์ขายอาหารหมาอาหารแมวไม่ต้องเข้ามาอ่านมานะ)

 ก่อนจะมาอ่านฉลากอย่างฉลาด....อันดับแรกที่จะต้องควรทราบคือ  สิ่งที่เรียกว่า เกรดอาหาร

เมืองไทย เท่าที่เห็นในร้านขายอาหารสุนัข ตอนนี้เราจะมีแบ่งหลักๆ เป็น 3 เกรด คือ

1 ) เกรด Commercial เป็นอาหารทั่วๆไป ใช้ของเหลือจากการผลิตอาหารคนมาทำเป็นอาหารสัตว์ ได้แก่พวกที่มีขายตาม supermarket ต่างๆเช่นยี่ห้อ “Tesco”, “CP”

2) เกรด Premium เกรดพรีเมียมจะราคาแพงกว่าเกรด commercial เพราะจะใช้วัตถุดิบดีขึ้นมาจากธรรมดา  อาจจะใช้ By product บ้าง แต่หลักๆแล้ว แหล่งโปรตีน ควรจะมาจาก เนื้อสัตว์เป็นหลักแต่อาหารกลุ่มนี้จะต้องมี การ Guarantee ถึงปริมาณสารอาหารที่อยู่ในถุง และมีส่วนผสมครบถ้วนตามที่อ้างอิงไว้ทุกประการ มีการบอกอายุสินค้า (วันหมดอายุนั่นล่ะ) และรวมถึงมีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อฝ่ายลูกค้าได้

3)  เกรด Holistic อาหารเกรดนี้คือการใช้เนื้อสัตว์เป็นหลัก และเนื้อสัตว์ที่ใช้จะไม่ใช่วัตถุดิบเหลือจากการผลิต (By product) เช่น เนื้อไก่ก็เนื้อชิ้นๆ มาทำให้แห้งแล้วปรุง  ไม่มีส่วนผสมของ หงอนไก่ ตูดไก่ กระดูกไก่ เครื่องในไก่ โดยการการันตี จะลึกกว่า ไม่วิเคราะห์แล้วโปรตีน  มันหยาบไป นี่เลย  เราเน้นที่ กรดอะมิโน ที่ร่างกายสัตว์จะได้จากการย่อยโปรตีน ว่าอาหารของเราเน้นแน่นอนว่าย่อยแล้วได้กรดอะมิโนที่สำคัญครบถ้วน มีการเติมสารอาหารที่เหมาะสม เช่นกลุ่ม DHT หรือโอเมก้า กรุ๊ปทั้งหลายทั้งปวง เติม prebiotic, probiotic  ตามแต่บริษัทท่านจะสรรหามาให้ลูกค้าเชยชม

เท่าที่ฟังดูดีสุดจะเป็นกลุ่มสาม หรือ holistic grade ตามด้วยราคาที่หรูเริดทรมานกระเป๋าเจ้าของสัตว์เลี้ยง  กับกลุ่มสองที่อาจจะถูกกว่ากันนิดหน่อย แต่ก็โอเค สบายๆ มีให้เลือกสรรค์ตามแต่ความต้องการช็อปปิ้งของเจ้าของหมา (เราเคยซื้อ premium ราคากระสอบละ 1700 บาท, Holistic grade สามารถ อัพราคาไปได้ถึงราคา 3000 บาท ต่อกระสอบนึง 1กระสอบ ประมาณ 15 กิโลกรัม กินได้ประมาณเดือนนึง เพราะเราเลี้ยง golden retriever)

 

จากสาเหตุของความทุ่มเทหน้ามืดของผู้บริโภค ทำให้บริษัทอาหารสัตว์หลายแห่ง ที่ผลิตอาหารเกรดธรรมดา (commercial grade) ก็พยายาม ดึงตัว ถีบตัว แถตัวมาอยู่ในเกรดที่เรียกว่า Premium grade เต็มที่สุดชีวิตทีเดียวเจียวนะเจ้า ( ตามอ่านตอนท้ายๆสิ แล้วจะบรรยายให้ฟัง วะฮะๆๆๆ) 

 

สิ่งต่อไปที่คุณควรรู้ก่อนจะอ่านฉลาก

อาหารสัตว์ในบ้านเรา มีทั้งผลิตในประเทศ และผลิตนอกประเทศ (นำเข้ามานั่นเอง) แต่สิ่งที่ต่างกันคือ อาหารสัตว์ที่นำเข้ามา จะมีการตรวจสอบโดย Association of American Feed Control Officials  หรือ AAFCO ว่าอาหารสัตว์ยี่ห้อนั้นๆ มีรายละเอียดในถุง ตรงกับที่บ่งชี้ไว้ในฉลากอาหารหรือไม่ นัยว่าตรวจมาตั้งแต่อเมริกา ขึ้นเรือข้ามน้ำข้ามทะเลมาขาย  แต่ของไทย ก็เหมือนจะมีการตรวจสอบเหมือนกัน โดยห้องวิจัยของแต่ละบริษัทตามลักษณะ QC นั่น  แต่อย่านึกว่าอาหารผลิตในไทยจะไม่ดีไปซะหมด  เท่าที่เคยใช้มาหลายยี่ห้อที่ผลิตในเมืองไทยถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่คุณภาพเหมาะสมกับราคาทีเดียว

 

อะ ต่อไป มาเข้าเรื่องซะที ว่าด้วยกลยุทธ์บนฉลากอาหารหมา อาหารแมว

ปกติในเว็บบอร์ดพวกสัตว์เลี้ยง เราจะเจอกระทู้ประมาณว่า อาหารยี่ห้อไหนดีสำหรับน้องหมา น้องเหมียว อยู่บ่อยๆ  ปกติแล้วผู้บริโภคจะมีการซื้อสองแบบหลักๆ คือ

ถามเพื่อน(ชาวบ้าน) เอาว่าอาหารยี่ห้อไหนดี  แล้วก็เดินไปซื้อตามที่เพื่อนแนะนำมา  ซึ่งจริงๆก็เป็นการเลือกที่ถูกต้องวิธีนึง แต่ก็อาจจะไม่ได้ดีไปทั้งหมด  และอาจจะไม่ดีกับกระเป๋าของตัวเอง แต่บางครั้ง หลายยี่ห้อที่เพื่อนว่ามา เพื่อนเราก็จ่ายแพงเพื่อซื้อของคุณภาพ ธรรมดาเช่นกัน(ง่ายๆ ก็คือตกเป็นเหยื่อเช่นเดียวกัน)  ดังนั้น ถ้าเกิดว่า ใครถามเพื่อนเอา ข้าม topic นี้ไปเลย เพราะ เราจะเน้นการอ่านฉลากและพิจารณาอาหารสัตว์เอง

ฉลาก: ส่วนประกอบ

เวลาจะซื้ออาหารน้องหมา น้องเหมียว  กวาดตาดูยี่ห้อแล้ว ไล่ดูฉลาก สิ่งที่พิจารณา จะมีอยู่ 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ

1)     ส่วนที่เรียกว่า Guarantee analysis

2)     ส่วนผสมที่อาหารสัตว์ใช้ (ingredient)

 

สองส่วนนี้ต้องดูประกอบกันเสมอ โดย  

 

guarantee analysis ก็คือปริมาณของ %protein, %fat, %fiber, %carbohydrate ของอาหารสัตว์ทั้งหมดนั่นเอง

โดยปกติแล้ว อาหารเม็ดควรจะมี ความชื้นหรือ % moisture ต่ำกว่า 10 % ไม่อย่างนั้นมันจะขึ้นราได้ง่ายมาก

ตัวอย่าง: Guarantee Analysis ( ดูง่ายๆ ก็สังเกตุที่ ค่า % บนถุงอาหารนั่นล่ะ)

Credits: http://www.peteducation.com/article.cfm?c=2+1659+1661&aid=668 

 

Ingredients หรือส่วนผสมในอาหาร จะต้องบรรจุส่วนผสมในอาหารเม็ดนั้น โดยการเขียนจะต้องเขียนโดยอิงตามน้ำหนักของส่วนประกอบที่มีมากที่สุดไปยังน้อยที่สุด

ตัวอย่าง : ingredient บนฉลากอาหาร

Credits: http://www.peteducation.com/article.cfm?c=2+1659+1661&aid=668

 

ฉลาก : เลือกอย่างฉลาด

 

แต่เดี๋ยวก่อน!! คุณคิดว่าค่า guarantee analysis เนี่ยมันเพียงพอเรอะกับการพิจารณาอาหารสัตว์เรอะ ? รู้ไหมว่า โปรตีนเนี่ยมันสร้างกันได้ !?

สมัยหลายสิบปีก่อน เวลาดูค่า guarantee analysis เป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องโชว์ส่วนผสมอาหารที่ใช้  เราเลยทราบกันว่า เมืองนอก(นะจ๊ะไม่ใช่เมืองไทย) ผู้ผลิตเลวๆ บางราย เอาหนังรองเท้ามาป่นๆ เพิ่มค่าโปรตีนไปด้วยแล้วก็เอามาขายในอาหารสัตว์ ทำให้ต้องมีมาตรการ บังคับให้เขียน ส่วนผสม ไว้ข้างถุงอาหารด้วย เพื่อให้ผู้บริโภคได้พิจารณาว่า แหล่งโปรตีน แหล่งไขมัน แหล่งคาร์โบไฮเดรตทั้งหลายเนี่ย มันมาจากไหน

โดยปกติแล้ว อาหารสัตว์เกือบทุกยี่ห้อตอนนี้จะใช้วิธีการเขียนส่วนผสมเหมือนกันหมด โดย การเขียนเรียงตามลำดับส่วนผสมที่ น้ำหนักมากที่สุด ไปถึงส่วนผสมที่น้อยที่สุด (เพราะ AAFCO ที่พูดมาด้านบน บังคับให้เขียนแบบนี้นั่นเอง ไม่อย่างนั้นบริษัทก็เขียนกันตามใจชอบ)

จะดูง่ายๆ คือ ดูรายชื่อ 4 อันดับแรกของส่วนประกอบหลัก ในการพิจารณาคุณภาพอาหารสัตว์  ตัวอย่างง่ายๆ  เอาจากยี่ห้อที่ Roger ชิมมาละกัน

 

แป๊งงง !! ระฆังยกที่ 1

 

อาหารแมวยี่ห้อ แมวราชวงศ์ (Premium Grade)

พิจารณาถุง: สีขาว แถบทอง ถุงซีลฟอยล์ ไม่เห็นมีรูปสีสันสดใสสวยงาม  มีหน้าเหมียวอยู่หน้าถุงตัวนึง ด้านหลังมีแต่ข้อมูลหลายภาษา 

หน้าตา : งั้นๆ สีเดิมๆ เพลนๆ สีน้ำตาล โครตจะไม่ชวนกิน แพงชิบหาย ไม่มีโฆษณาออกทางทีวีซักนิ๊ดดดด มันแพงเพราะนำเข้าจากฝรั่งเศษแน่ๆ !!!

Ingredient : Chicken, corn gluten meal, chicken fat, chicken meal, rice, corn, brown rice, natural chicken flavor, soy isolate, pea fiber, dried egg product, dried beet pulp (sugar removed), rice hulls, anchovy oil (source of EPA/DHA) 

Guarantee Analysis: 

Crude protein (minimum) ……………………30%
Crude Fat (minimum)  ………………………..25% 
Crude fiber (maximum)……………………… 6.1% 
Moisture (Maximum)………………………….8.0% 

VS

อาหารแมวยี่ห้อ หนวดแมว (ที่เจอร์บ่นว่า เปรี้ยวแป้ง) (Commercial grade)

พิจารณาถุง: โอ๊ว สีม่วงสดใสลัลล้า หน้าตาเหมียวสุดหล่อ โชว์รูปเนื้อปลาหน้าถุงด้วย  ด้านหลังก็มีรูปเนื้อปลาบอก เรามีโปรตีนจากปลาทะเล บอกมีคุณค่าสารอาหารครบ 5 หมู่  มีรูปเนื้อปลาเยอะแยะ สดใสสวยงาม (เพ่ๆ แมวมันใช้ carbohydrate เป็นหลักที่ไหนล่ะ แมวไม่ใช่คนนะ…) 

หน้าตา : โอ้วว หรูหรา มีสามสี สอดใส้ด้านในอีกต่างหาก  แถมมีรูปปลา รูป สี่เหลี่ยม  โฆษณาโหมหนักทางทีวี เหมียวทานแล้วแหมแสนอร่อย  โอ๊วว ถูกอีกต่างหาก ดูดีมีชาติสุดๆ

Ingredient: wholegrain cereal(Corn,rice), corn gluten meal, poultry and poultry by products, ocean fish, brewer dried, soy bean meal, palm strearin, soy oil 

Guarantee Analysis:

Min. Crude protein ……..……………………30% 
Min. Crude Fat……...………………………..12%  
Max. crude Fibre……………………………...5.0%  
Max. Moisture ………………………………..12.0%
 

 

 พิจารณาแค่ guarantee analysis โดยเฉพาะตรงจุด  crude protein มันแทบจะไม่ต่างกันเลย.. ไอ้ที่เห็นจากสองยี่ห้อนี้ แต่สิ่งที่ต่างกันเห็นๆ ชัดๆคือส่วนประกอบ

ยี่ห้อ ราชวงศ์ใช้ : เนื้อไก่เป็นหลัก รองลงมาก็ โปรตีนจากข้าวโพด(corn gluten meal), ไขมันไก่, ข้าว

ยี่ห้อ หนวดแมวใช้: ข้าวโพด และข้าว เป็นหลักในอาหาร, เสริมด้วย โปรตีนข้าวโพด, เนื้อไก่ กับ เศษไก่( chicken by products: เครื่องในไก่ กระดูกได่ หงอนไก่ อะไรที่ชาวบ้านไม่กินกัน)  

 

นี่คือความแตกต่างของราคา 160  บาทต่อ 1.5 กิโลกรัม  ของหนวดแมว กับ 570 บาท ต่อ 2 กิโลกรัม  ของอาหารแมวราชวงศ์ !!!

 

ระหว่างอาหารเกรด commercial กับ Premium grade  ราคามันก็มีเหตุผลของมันอยู่หนอ

แต่ถ้าเรามีงบน้อยล่ะ ? เหมียวที่เลี้ยงมีสิทธิ์กินอาหารเม็ดคุณภาพสมราคาไหม ?

แป๊งง ระฆังยกที่สอง

อาหารแมวยี่ห้อ ใจฉลาด (Commercial grade)

พิจารณาถุง: สีชมพูหวานแหวว มีหน้าตาเหมียว 3 ตัวเรียงกัน 

ลักษณะอาหาร : สองสี แดงกะเหลือง 

Ingredient : Selected wholegrain cereals, animal meat protein (from chicken and fish), corn gluten meal, soybean meal, chicken oil, brewers yeast, fish digest, lecithin, fish oil, iodized salt, garlic, essential vitamins & minerals, methionine, choline, taurine, food coloring, natural flavors

Guarantee Analysis: Crude protein (minimum) ……………………30%
                               Crude Fat (minimum)  ………………………..9% 
                               Crude fiber (maximum)……………………… 3.0% 
                               Moisture (Maximum)………………………….10.0%

ราคายี่ห้อนี้ถ้าจำไม่ผิด 1.5 กิโลกรัม  ราคา 129 บาท

ราคาถูกกว่า หนวดแมว ก็จริง แต่คุณภาพก็ไม่ได้ด้อยกว่ากันมาก อาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ ถึง ส่วนประกอบอันดับแรกจะเป็น whole grain เหมือนกับหนวดแมว แต่ อย่างที่สองก็ยังเป็น โปรตีนจากสัตว์ (ไก่และปลา) อันดับสามก็ คอร์น กลูเตน  ตามด้วย ถั่วเหลือง  แล้วก็ไขมันไก่ อันนี้ค่าไขมัน( Fat) จะน้อยกว่าหนวดแมว แต่อย่างน้อย ก็ยังมีส่วนผสมของโปรตีนจากเนื้อสัตว์มากเป็นอันดับ 2  (หนวดแมวนี่ส่วนผสมเนื้อสัตว์มันรวมของเหลือ 

การเลือกที่ฉลาดข้อแรก  คือการพิจารณาทั้งส่วนของการันตี และ ส่วนผสม ของอาหารว่าอาหารชนิดไหนเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับเรา

การวางแผนที่ดี เริ่มตั้งแต่เลือกสัตว์มาเลี้ยงแล้ว  ถ้ามีเป็นพันธุ์ต่างประเทศ สิ่งที่ต้องคำนึงคือ อาหารก็จะต้องค่อนข้างดีตามไปด้วย เพราะสายพันธุ์แท้ จะบอบบางกว่าสายพันธุ์ผสม  หลายสายพันธุ์ ทั้งเหมียวและหมา จะต้องบำรุงรักษาขนเป็นพิเศษ หรือถ้ามีสัตว์เลี้ยงสายพันธุ์ผสมนี่แหละ  แต่เจ้าของมีงบพอสมควรและห่วงสุขภาพน้องเหมียวน้องหมา ก็อาจจะใช้เกรด premium grade ไป หรือหากสัตว์เลี้ยงค่อนข้างมีปัญหาเฉพาะด้าน เป็นภูมิแพ้ แพ้สารกันเสีย  การเลือกใช้  Holistic grade  โดยไม่ต้องให้อาหารอย่างอื่นเสริมก็เป็นทางเลือกที่ดี 

ถ้าเจ้าของสัตว์เลี้ยงทุนไม่หนามาก แต่สัตว์เลี้ยงก็พันธุ์สามัญ แข็งแรงต่อโรคก็ไม่จำเป็นจะต้องจ่าย ในราคาที่แพงเกินตัวก็ได้ค่ะ ลองอ่านฉลาดดูดีๆและเปรียบเทียบราคา กับคุณภาพตามที่บอกมาด้านบน หาอาหารที่เหมาะสมคุ้มค่ากับราคา และอาจจะเพิ่มอาหารสดช่วยเรื่องสารอาหารให้เหมียวไปแทน (แต่ก็จะเป็นการทำให้สัตว์เลี้ยงคุณติดอาหารสดด้วยนะ) ต้มไข่ให้ซักฟอง หรือเพิ่มปลาซักครึ่งตัว ให้กับน้องเหมียวน้องหมา 1-2 วันหนก็ช่วยได้นะ

 

    

 

 ฉลาก : หักเหลี่ยมเฉือนคม !!! 

 ตอนนี้ก็จะมาถึงเทคนิควิชาต่างๆ เรื่องฉลากอาหารแล้ว

เพราะราคาของอาหารสัตว์เกรด premium , กับ holistic มีราคาที่สูง ทำให้สินค้าในระดับ commercial หลายยี่ห้อ พยายามผลักดัน  ฉุดดัน ลากดัน อาหารสินค้าของตัวเองให้ผู้บริโภค เข้าใจว่า  มันคืออาหารเกรด premium เพื่อราคาที่มากกว่าเดิม 

ส่วนเกรด premium หลายยี่ห้อ ก็พยายามจะอัพเกรดตัวเองให้เทียบเท่ากับ Holistic grade เพื่อให้ได้ราคาที่มากกว่าเดิม ซึ่งเทคนิคเหล่านี้ รวมถึงการพยายามอัพเกรดฉลากอาหารด้วย

 อาหารหลายยี่ห้อจะพยายาม แยกส่วนประกอบของส่วนผสมให้มันดูกระจายกัน  อย่างเช่น

ตัวอย่าง  อาหารน้องหมายี่ห้อหนึ่ง 

ingredient : Chicken meal, ground corn, corn gluten, grown wheat, corn bran, wheat flour, wheat middling

และพนักงานขายก็จะพยายามบอกว่า เนี่ย เป็นสินค่าระดับ premium ดูได้จากค่า ingredient ตัวแรกที่ใช้เนื้อสัตว์เป็นหลัก แต่ราคาถูกกว่ายี่ห้ออื่นเพราะเรากำลัง promotion

ก็ถูกนะคะที่ใช้เนื้อสัตว์เป็นหลัก  แต่ไอ้สามอย่างที่ตามมานี่สิ มันเป็น ของจากข้าวโพดทั้งนันเลย ถ้าเอาอาหารลำดับที่ 2+3+4 รวมกันเนี่ย มันจะมากกว่า ส่วนผสมอันดับที่ 1 อีกนะ

 อาหารที่เรียกว่า premium อะไรมันก็เหมือนกัน คุณภาพเกรดเดียวกัน

Premium เองก็เป็นแค่การจัดอันดับอย่างกว้างๆ เท่านั้นเองค่ะ แต่ละบริษัทเองก็จะมีวัตถุดิบส่วนผสมที่แตกต่างกันไปอีก คุณภาพเวลาน้องหมาน้องเหมียวกินก็แตกต่างกันไป โดยเฉพาะค่าการนำไปใช้จริง คือค่าการย่อยโปรตีน (Digestibility) โดยทั่วไปเวลาเทียบกันจะใช้ ไข่ เป็นวัตถุดิบมาตรฐานในการเทียบ เพราะไข่เป็นโปรตีนที่ย่อยแล้วนำไปใช้ได้หมด

ให้คิดค่าไข่ไก่เป็น  100
เนื้อปลา,กับนม ร่างกายจะนำไปใช้ได้ 92 เมื่อเทียบกับไข่ไก่
พวกเนื้อล้วนๆ จะอยู่ที่ราวๆ 78
โปรตีนถั่วเหลือง 67
กระดูกและพวกเนื้อเอ็นจะมีค่าประมาณ 50
ผลิตภัณฑ์โปรตีนจากข้าวโพด (Corn) จะอยู่ที่  45
 

อย่าลืมว่า ขนและผิวหนังของน้องเหมียวน้องหมา ใช้โปรตีนในการสร้างนะคะ เพราะฉะนั้นการให้โปรตีนที่ย่อยง่ายก็เกี่ยวพันกับสภาพผิวและเส้นขนของเขามากๆ

ตัวอย่าง :- อาหารหมาเกรด Premium 2 ยี่ห้อ

ยี่ห้อ S-D
Guarantee Analysis
Protein……………………………29.8%
Fat..…………………………...27.2%      
Carbohydrate (NFE)..................... 35.4%
Crude Fiber……………………….1.8%

Ingredient: Ground Whole Grain Corn, Chicken By-Product Meal, Animal Fat (preserved with mixed tocopherols and citric acid), Dried Beet Pulp, Soybean Oil, Dried Egg Product, Flaxseed,

VS

ยี่ห้อ : N -G
Guarantee Analysis :
Crude Protein (minimum) 26.00%
Crude Fat (minimum) 16.00%
Crude Fiber (maximum) 4.00%
Moisture (maximum) 10.00%
Ingredient : Chicken Meal, Wheat Flour, Ground Whole Wheat, Corn Gluten Meal, Rice Bran, Poultry Fat (preserved with mixed Tocopherols, a source of Vitamin E), Ground Rice, Chicken, 

ลองอ่านๆดูจะพบว่า ยี่ห้อ S–D จะใช้โปรตีนที่มาจากข้าวโพดเป็นหลัก ตามด้วย ของเหลือจากการผลิตไก่ (พวกกระดูกไก่)แล้วใช้ข้าวหัก กับไขมันไก่ผสมเป็นอาหาร
ส่วนยี่ห้อ N-Gใช้โปรตีนที่มาจากเนื้อไก่อบแห้งเป็นหลัก ตามด้วย แป้งสาลี  และ ข้าวโพด  
ค่าโปรตีนที่ได้อาจจะไม่มากเท่ากับยี่ห้อ S แต่ยี่ห้อ N เองก็มีดีกว่าที่ ใช้เนื้อไก่จริง ๆ เป็นส่วนประกอบที่มากที่สุด ไม่ได้ใช้ของเหลือใช้ที่มาจากการผลิตแบบยี่ห้อ S เพราะฉะนั้นถ้าราคาเท่ากัน เลือกคุณภาพโปรตีนที่น้องหมาน้องเหมียวจะย่อยได้ดีกว่า

การเลือกที่ฉลาดข้อที่สอง : อ่านฉลากอย่างละเอียด จนจบและพิจารณาส่วนประกอบอย่างเหมาะสม

 

 คำว่า Meal หรือ ไม่มี meal แตกต่างกันตรงไหน

คำว่า Meal หรือ ไม่มี meal แตกต่างกันตรงไหน

Meal คือ เนื้ออบแห้งค่ะ ปกติแล้ว แหล่งโปรตีนที่มาจากเนื้อสัตว์ เวลาเราอ่านส่วนประกอบจะมีทั้ง Chicken meal,  และ chicken ธรรมดาใช่ไหมคะ  เนื้อสัตว์ที่ไม่มีคำว่า meal ตามหลัง คือเนื้อสัตว์สดๆ ที่ไม่ได้ผ่านการอบแห้ง ถามว่าพอมันไปอยู่ตรงฉลาก แล้วมันเป็นเรื่องแท็คติกของผู้ผลิตตรงไหน??

ก็ตรงที่ว่า มันเป็นอาหารแห้งนะสิ!!  แต่เล่นเอาเนื้อสดไปผสม มันก็ต้องผ่านการทำแห้งก่อน พี่แกเล่นคำนวณน้ำหนักก่อนทำแห้งของเนื้อไก่มา มันก็ต้องมากที่สุดล้ำหน้าน้ำหนักส่วนผสมอื่นๆ นะสิ !!

น้ำหนักโปรตีน+น้ำก็จะหายไป ถึง หนึ่งในสามส่วน   เทียบง่ายๆ ก็คือ

4 Chicken = 1 chicken meal

ไม่เรียกว่าเทคนิคฉลากอาหาร แล้วจะเรียกว่าอะไรล่ะ ?

เพราะฉะนั้น..  ถ้าเห็นฉลากอาหารอยางเช่น

Chicken, ground corn, rice, barley  

ให้โยน Chicken ที่อยู่จากอันดับ 1 ไปลงอันดับ 4 ได้เลย แล้วพิจารณา ว่า อาหารยี่ห้อนั้นใช้ ground corn เป็นส่วนประกอบที่เยอะที่สุดแทน

 

 จะรู้ได้ยังไงว่าอาหารที่เลือกไปให้น้องเหมียวน้องหมาเป็นอาหารที่ดี

น้องเหมียวกับน้องหมาแต่ละตัวเนี่ย เลือกรับอาหารได้ไม่เหมือนกันนะ ถึงได้มีอาหารหลายยี่ห้อก็เพื่อรองรับเรืองพวกนี้ด้วย

เหมียวบางตัวไม่ย่อยโปรตีนที่ทำจากไก่  หรือหมาบางตัวกินกลูเตน หรือข้าวบาร์เล่ย์แล้วแพ้ก็มี เพระฉะนั้นอาหารจึงมีหลายสูตรให้เลือกสรรค์ตามสไตล์ย่อยแบบหมาๆเหมียวๆ นี่เป็นข้อสังเกตุเล็กๆ น้อยๆ หลังจากที่น้องเหมียวน้องหมาทานอาหารไปแล้ว

ดูผิวหนัง กับสุขภาพเส้นขน : - ปกติถ้าโปรตีนสามารถนำไปย่อยได้ดี ขนจะแสดงให้เห็นว่าเป็นเงาสวย ไม่ร่วงมากกว่าปกติ ผิวหนังจะสีชมพู  ถ้าเมื่อไหร่ที่ขนเริ่มแห้งหรือร่วงมาก อาจจะแปลได้ว่า ดูดซึมอาหารพวกโปรตีนกับไขมันได้ไม่ดี ถ้าผิวหนังมีจ้ำแดง หรือมีอาการแพ้เป็นตุ่มหนอง ก็อาจจะเป็นได้ว่าแพ้อาหารชนิดนั้น

กินไปก็ต้องถ่ายออก..:- ดูง่ายๆ ก็คือดูอึที่ออกมา  หาจังหวะที่เหมียวกับหมาไปทำธุระ แล้วก็ตาม stalker ไปดูอึที่ออกมา ถ้าเกิดอึมีปริมาณเยอะกว่าอาหารที่กินเข้าไป หรือมีลักษณะเหลวๆ ต่างจากอุนจิปกติ แสดงว่าอาหารที่เหมียวหรือหมากิน มีการดูดซึมที่ไม่ดี อาจจะต้องลองเปลี่ยนอาหารดู

ถ้าเกิดอึที่ออกมา ออกมาน้อยกว่าที่กินเข้าไปเยอะพอสมควร แถมไม่เหลว ดูสมเป็นอึ  เก็บง่ายโกยง่าย แสดงว่าอาหารที่ให้มาดูดซึมได้ดีแล้ว ก็ไม่มีปัญหาอะไร ยกเว้นเจ้าของกลัวหมาเบื่ออยากให้ยี่ห้ออื่นๆ ก็ตามสบาย

(ป.ล. รณรงค์เรื่อง เก็บอึหมานอกบ้านทุกครั้ง พกถุงพลาสติกไปอย่าปล่อยให้น้องหมาไปอึทิ้งอึขว้างหน้าบ้านชาวบ้านนะจ๊ะ เป็นเจ้าของที่มีคุณภาพด้วย ' '/)

 

 

ก็จบกันไปแล้ววิธีเลือกดูอาหารสุนัขคร่าวๆ   ถ้ายังไงลองไปเลือกดูตามนี้นะจ๊ะ ขอให้น้องหมาทุกตัวอายุยืน แข็งแรง เพราะได้รับการดูแลที่ดีจากเจ้าของในเรื่องอาหาร และการออกกำลังกาย ' '/

edit @ 16 Jun 2009 17:40:04 by RayOn

edit @ 16 Jun 2009 17:43:18 by RayOn

2009/Jun/16

วันก่อนอ่าน blog Roger เรื่องเลือกอาหารแมว ก็อ่านแล้วก็เฮฮาประสาเจอร์ดี  แต่วันดีคืนดี เว็บบอร์ดที่เข้าไปอ่านเกี่ยวกับหมาประจำ ก็ถามเรื่องพวกนี้ตลอดเหมือนกันก็เลยรู้สึกว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังมีปัญหาเรื่องเลือกซื้ออาหารไปบำรุงบำเรอสัตว์เลี้ยงที่บ้าน

 

    ก่อนอื่นก็ต้องทำความเข้าใจกันซักนิด ก่อนว่าไม่ว่าจะหมาหรือแมว การให้อาหารสัตว์เลี้ยงของตัวเองแบบไหน ก็ต้องขึ้นอยู่กับความสะดวกสบายของเจ้าของ  ถ้าคุณ enjoy กับการบำรุงบำเรอกับเจ้าเหมียวแบบ ข้าวคลุกปลาทู ให้นังเหมียว, เนื้อสัตว์ตับบดต้มผสมข้าวให้คุณหมา แล้วสุนัขคุณแข็งแรงดี เจ้าของบอกว่า แฮปปี้มีความสุข ก็ไม่ต้องอ่าน blog นี้ก็ได้  

บทความนี้ เขียนมาจาก

1)ประสบการณ์การเลือกซื้ออาหารเม็ดเป็นหลักของ เจ้าของบล็อค 

2) การหาข้อมูลเกี่ยวกับการให้อาหาร  

3)ความรู้ด้านโภชนาการ และ ชีวเคมี ที่ยังไม่ส่งคืนอาจารย์  สะสมๆ กันมาเรื่อยๆ แต่ยังไม่ถึงขนาดทุ่มทุนสร้างแบบเจอร์ กินอาหารทดสอบเอง  (แต่ก็เดาได้หมดนะ.. ว่าไอ้ยีห้อไหนเป็นแบบไหน เพราะมีเทคนิคจับผิด)

 

อารัมภบทเยอะละ เข้าเรื่องเลยละกัน  

เคยไหมคะ ตอนที่เพิ่งจะเริ่มเลี้ยงหมาเลี้ยงแมวใหม่ๆ เราจะเริ่มกังวลกับสิ่งแรกคือ อาหาร คำถามจะเริ่มผุดขึ้นมาในหัวมากมายตั้งแต่เริ่มรับเจ้านายมาอยู่ในบ้าน

 

Q) อาหารจะให้แบบไหนดี ระหว่างแบบแห้งหรือแบบกระป๋อง หรือว่าทำให้กินเองดี

 

 

- แบบไหนแล้วแต่เจ้าของสัตว์จะสะดวกค่ะ  จริงอยู่ที่ว่า อาหารแห้งจะสะดวกต่อการให้มากกว่า แต่หมาแมวอาจจะไม่ enjoy กับการกิน คือต้องฝึกกินกันอาหารเม็ด  เพราะสำหรับหมาแมวแล้ว มันอาจจะกินยากกว่าอาหารเปียกๆ แบบกระป๋อง หรืออาหารที่ทำเอง อย่างข้าวคลุกปลาทู  ตับบดคลุกข้าว 

 

 

Q) ถ้าตัดสินใจเลือกอาหารแห้งแล้ว มันมีเกณฑ์ยังไงในการเลือกอาหารบ้างเนี่ย ทำไมมันหลายสูตรตั้งแต่ baby, adult, old บางยี่ห้อมีสูตร ให้นมลูกอีกต่างหาก

 

- ก่อนอื่นคุณต้องเข้าใจก่อนว่า... ไม่ว่าหมาหรือแมว เราจะแบ่งช่วงชีวิตของเขาออกเป็นสามระยะ คือ ระยะเด็ก (baby), ระยะโต (adult), และระยะชรา(Old)

 

 สำหรับหมา

ถ้าคุณเลี้ยงหมาไซส์เล็กๆ อย่างเช่นพวก ชิสุ, ยอร์คเชียร์, ชิวาว่า พวกนี้จะมีช่วงวัยเด็กอยู่ในช่วง 1 ปี แล้วก็จะไปวัยผู้ใหญ่ ก็ช่วงราวๆ 2-8 ปี  แล้วก็จะเริ่มวัยชราราวๆ 9-10 ขวบไปแล้ว

 

แต่ถ้าคุณเลี้ยงหมาไซส์ใหญ่ อย่าง โกลเด้น, ลาบราดอร์  พวกนี้จะมีวัยเด็ก อยู่ในช่วง 1 ปีครึ่งถึง 2 ปี เพราะกระดูกและร่างกายยังไม่โตเต็มที่ วัยผู้ใหญ่จะอยู่ในช่วงซัก 3-7 ปี  พอเกิน 7 ปีก็เข้าวัยชราเรียบร้อยแล้ว

สุนัขพันธุ์เล็กๆ จะโตเร็วกว่า และแก่ช้ากว่าสุนัขพันธุ์ใหญ่  เพราฉะนั้น อาหารหมาชิสุ 7 ขวบ จะยังมีค่าสารอาหารที่เหมาะสมกับหมาโต  ส่วนอาหารหมาโกลเด้น 7 ขวบ คืออาหารของหมาเริ่มแก่

สิ่งแรกที่จะต้องทำคือ หาข้อมูลของสายพันธุ์ที่คุณเลี้ยงว่า ร่างกายลูกหมาจะหยุดโตเมื่อไหร่ เพราะอาหารในแต่ละช่วงอายุสุนัข ค่าสารอาหารจะแตกต่างกัน  เพราะฉะนั้น เลือกให้ถูกต้องกับวัยของสุนัขเป็นอันดับแรก

 

โดยปกติ ช่วงอาหารหมาจะอยู่ที่ Baby (2เดือนหรือเพิ่งหย่านม – 5 เดือน), หมาเด็ก (Junior)  5 เดือน -12 เดือนในหมาสายพันธุ์เล็ก(small bread) และ 5-18 เดือนในหมาสายพันธุ์ใหญ่ (Large breed), หมาผู้ใหญ่ (12 เดือนในสายพันธุ์เล็ก, 18 เดือนในสายพันธุ์ใหญ่) วัยชรา ( 6-7 ปีสำหรับสายพันธุ์ใหญ่ , 9-10 ปีในสายพันธุ์เล็ก)

 

ความต้องการของแต่ละช่วงอายุหมาไม่เหมือนกัน  สูตรอาหารก็ต้องเน้นต่างกันด้วย

 

อาหารหมาเล็กจะมี ไขมันกับโปรตีนสูง เพราะเป็นวัยที่ใช้ไขมันและโปรตีนในการเจริญเติบโตของร่างกาย 

 

อาหารหมาโต จะใช้ไขมันน้อยลง โปรตีนน้อยลง เพราะร่างกายเจริญเต็มที่ อาหารที่กินไปก็เพื่อให้เหมาะกับกิจกรรมประจำวันของแต่ละตัว  ถ้ากินเยอะไปจะสะสมเป็นไขมันแล้วก็อ้วนตุ๊บแทน

 

หมาแก่หรือหมาชรา จะใช้โปรตีนน้อย ไขมันน้อย ร่างกายเริ่มเสื่อม อาจจะต้อให้ fiber เพิ่มขึ้นเพราะการขับถ่ายไม่เหมือนเดิม ถ้าให้อาหารหมาเล็กกับหมาแก่ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือหมาแก่ที่อาจจะอ้วนเกินไป จนเสี่ยงต่อโรคมากขึ้น ตับและไตอาจทำงานหนักโดยไม่จำเป็น

 

   สำหรับเหมียว (แมวนั่นแหละ)

แมวจะมี อยู่สามช่วงใหญ่ๆ เหมือนกัน คือช่วงเด็ก (หย่านม- 12เดือน), ช่วงผู้ใหญ่( เกิน 12 เดือนไปแล้ว), ช่วงแก่ (7 ขวบขึ้นไป) ความต้องการแต่ละช่วงอายุเหมียวก็ไม่เหมือนกัน ส่วนมากก็คล้ายๆ กับหมานั่นละค่ะ ให้อาหารเหมียวแก่ ให้เหมียวเด็กกินก็ไม่โตกันพอดี เพราะสารอาหารไม่พอ แบบเดียวกะหมา

Q) โดยปกติแล้ว แมวและหมาต้องการสารอาหารพื้นฐานประมาณเท่าไหร่

ทั้งแมวและหมาจะพิจารณาอัตราส่วนของ โปรตีนและไขมันเป็นหลักสำหรับหมา จากฐานข้อมูลของ AAFCO (American Feed control official)

 

 สำหรับหมา

 

Species and Growth Stage

Recommended Protein % Recommended Fat %
Puppy 28% 17%
Adult dog 18% 9-15%
Performance dog 25% 20%
Racing sled dog 35% 50%
Lactating dog 28% 17%

Credit: http://www.peteducation.com/article.cfm?c=2+1661&aid=702

เอาไว้กะคร่าวๆ ว่าน้องหมาจะใช้สารอาหารประมาณเท่าไหร่ จะเห็นว่า puppy จะใช้อัตราส่วนโปรตีนกับไขมันเยอะที่สุด มากกว่าหมาโตเต็มที่ (Adult dog)

ส่วน Performance dog คือพวกหมาประกวดตามสนามแข่งขัน ก็จะต้องใช้ไขมันกับพลังงานเยอะ เพราะหมาพวกนี้จะต้องมีกล้ามเนื้อล่ำนิดนึง

Racing sled dog คือหมาใช้งาน เช่น ลากเลื่อน พวกนี้เช่นไซบีเรียนฮัสกี้ "ที่ทำงานลากเลื่อนเอสกิโมแถบขั้วโลกเหนือ" นะ ไม่ใช่  "ฮัสกี้ที่ทำงานแค่เป็นสัตว์เลี้ยงเล่นตามบ้านแบบทั่วๆไป"

Lactation dog เป็นหมาแม่ลูกอ่อน ที่ต้องใช้โปรตีน ไปผลิตน้ำนมให้ลูกๆ

 

เพราะงั้นการเลือกอาหาร เลือกให้ตามกับกิจกรรมของสุนัขถ้าหมาไม่ค่อยได้ วิ่งเล่นแต่นอนเล่นทั้งวันก็ไม่ต้องให้พวกมีโปรตีนสูงๆ ก็ได้ สังเกตุดูพฤติกรรมสุนัขตัวเองแล้วค่อยเลือกปริมาณสารอาหารนะจ๊ะ

 

  สำหรับเหมียว

ส่วนของแมวจะแตกต่างจากหมา เพราะแมวจะเน้นที่ค่าโปรตีนที่เยอะกว่านั้น

 

Species and Growth Stage Recommended Protein % Recommended Fat %
Kitten 30% 20%
Adult cat 25-30% 15-20%

 

เพราะฉะนั้น อาหารแมวก็คืออาหารแมว อาหารหมาก็คืออาหารหมา ให้สลับกันไม่ได้นะจ๊ะ  เพราะว่าแมวเป็นสัตว์เลี้ยงเป็นหลัก ไม่ได้เป็นสัตวทำงานหนักแบบหมา คงไม่เคยเอาแมวไปลากเลื่อนหรือว่าวิ่งคาบนก (แต่มันตบงูกับตบหนูมากองโชว์เอง)เพราะงั้นก็เลยไม่มีตารางของแมวแรงงานออกมา

Q) แล้วสารอาหารพิเศษอื่นๆที่ควรจะมีในอาหารหมาหรืออาหารแมวล่ะ?

สำหรับหมา

ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์  เช่นสายพันธุ์ใหญ่ที่มักมีปัญหาเรื่องข้อสะโพกก็จะมีพวกสารอาหารกลุ่ม glucosamine สายพันธุ์ที่เน้นเรื่องขน ก็จะเป็นกรดอะมิโนกลุ่ม Tyrosine จริงๆ หลายยี่ห้อจะมีการควบคุมปริมาณของ Phosphorus เพื่อป้องกันโรคไตด้วย อันนี้สมควรพิจารณาในทุกกลุ่มสุนัข เพราะหมาแก่ตัวไป โรคไตเป็นโรคอันดับต้นๆ ที่จะถามหา การให้อาหารที่เหมาะสม ไม่มีปริมาณของเกลือโซเดียมมากเกินไป และควบคุมปริมาณฟอสฟอรัส จะช่วยป้องกันน้องหมาไม่ให้เป็นโรคไตก่อนวัยอันควรได้

 

          สำหรับเหมียว

อาหารเหมียวหลักๆ จะแตกต่างจากอาหารหมาค่อนข้างมาก เพราะ เหมียวต้องการโปรตีนมากกว่าหมา เนื่องจากเอนไซม์ที่ตับที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการย่อยโปรตีนของเหมียว น้อยกว่าหมา เพราะฉะนั้นโปรตีนในอาหารเหมียวจะสำคัญมาก หากโปรตีนในอาหารเหมียวไม่พอ  เหมียวจะสลายกล้ามเนื้อตัวเองเพื่อหาโปรตีนแทน  จากความรู้เรื่องโปรตีน.. การย่อยสลายโปรตีนจะได้กรดอะมิโนหลายชนิด ซึ่งกรดอะมิโนเหล่านี้ที่สำคัญและขาดไม่ได้ ได้แก่   

- Taurine เพราะกรดอะมิโนตัวนี้ร่างกายแมวไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ตามธรรมชาติ จะได้รับจากอาหารเป็นหลัก  ดังนั้นถ้าจะดูอาหาร ก็ให้ดูส่วนประกอบของสารตัวนี้ไปด้วย การขาด taurine จะทำให้เกิดความผิดปกติของกล้ามเนื้อหัวใจ และการเสื่อมของเรตินา (จอประสาทตาของแมว) แล้วก็ทำให้เป็นหมัน  ในแมวเด็กจะแกร็น พัฒนาการไม่เต็มที่

- Arginine กรดอะมิโนอีกตัวที่เหมียวต้องการ เพราะกรดอะมิโนตัวนี้เป็นสารสำคัญในการสร้าง สารประกอบโปรตีนอีกตัวคือ ornithine สารตัวนี้จะดูแลเรื่องการขับแอมโมเนียออกจากร่างกายของแมว และสร้างได้จาก arginine เท่านั้น เพราะฉะนั้นการขาดกรดอะมิโน arginine จะทำให้เหมียวไม่สามารถทำการขับ แอมโมเนียในร่างกายออกมาได้  ดังนั้น ถ้าหากหลังมื้ออาหารของเหมียวซัก 4-5 ชั่วโมง ถ้าน้องเหมียวเกิดอาการ น้ำลายเยอะ เดินไม่ตรง แล้วก็อาจจะตายได้ เพราะเกิดจากการที่แอมโมเนียอยู่ในกระแสเลือดมากเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุจากการที่ขาดกรดอะมิโนตัวนี้ (ปกติมักจะพบในแมวแก่มาก และเป็นเคสที่ไม่พบได้บ่อย)

- Arachidonic acid เป็นกรดไขมันชนิดนึงที่เหมียวต้องการใช้  ส่วนมากแมวที่เป็นโรคภูมิแพ้ จะมีปัญหาคือการขาดกรดไขมันตัวนี้ แล้วทำให้เกิดการอักเสบได้ง่ายกว่าปกติ  นอกจากนั้นยังช่วยในเรื่องของ การเติบโตและภูมิคุ้มกันของผิวหนังและขน ช่วยในเรื่องกลไกการสมานแผล และช่วยในระบบสืบพันธุ์ กับระบบย่อยอาหาร ส่วนมากกรดไขมันกลุ่มนี้จะพบในไขมันสัตว์ เพราะฉะนั้นแมวต้องการไขมันสัตว์ในปริมาณที่มากกว่าสุนัขเสมอ

- Vitamin A คุณเหมียวไม่เหมือนคุณหมาที่สามารถย่อย สารตั้งต้นของ vitamin A ได้ เพราะฉะนั้นอาหารหลายตัวสำหรับเหมียวควรจะมีการเติม Vitamin A สำเร็จรูปที่ เช่น Retinyl palmitate ลงไปแทน เพราะฉะนั้นจะเลือกซื้ออาหารก็ควรจะดูตรงนี้ด้วย

-Vitamine B3( Niacin) เหมือนกับ vitamin A แมวไม่สามารถสร้าง vitamin B3 ได้ เพราะฉะนั้น อย่าลืมดูด้วยว่าอาหารที่จะซื้อมีการใส่ niacin ไปในอาหารด้วยรึเปล่า

  

ที่สำคัญที่สุด  แมวไม่ต้องการแป้ง หรือพวกสารคาร์โบไฮเดรตเลย  การให้อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตกับแมวมากไป จะทำให้ระบบย่อยของแมวมีปัญหาด้วยซ้ำไป  ไม่เหมือนกับหมา(ที่ย่อยคาร์โบไฮเดรตได้ )เพราะฉะนั้นอาหารที่มีองค์ประกอบของคาร์โบไฮเดรตมากเกินไปสำหรับแมว จะทำให้มีผลเสียมากกว่าผลดี

 

และย้ำอีกครั้ง… อาหารหมาไม่ใช่อาหารแมว การให้อาหารหมาเป็นผลเสียสำหรับแมวนะจ๊ะ!!

 

 

 เขียนมาตั้งนาน เกือบๆ จะสี่ชั่วโมงครึ่ง  ยังไม่ถึงเรื่องหลักที่อยากจะพูดเลย ต่อพรุ่งนี้แล้วกัน part II  ที่เกี่ยวกับกลยุทธ์บริษัทผลิตอาหารสัตว์ กับการอ่านฉลากที่ช่วยคุณได้

พรุ่งนี้ใครที่ทำงานขายอาหารสัตว์  กรุณาอย่ามาอ่าน blog นี้นะฮะ... ขี้เกียจมีปัญหา  เป็น topic งานเข้ามากๆ 

edit @ 16 Jun 2009 11:10:29 by RayOn

edit @ 16 Jun 2009 11:12:26 by RayOn

2009/Mar/12

จะได้งานไหมหว่า...  เฮ้ออออ ~

เอามาจาก เต่าซิ่งปีกี้ อีกทีนึง รอบก่อนให้ ป๋าเบลด ดูให้ไปรอบนึงแต่ยังอืดๆ คืบๆอยู่  เหมือนรอบนี้ดูเองจะดีขึ้น มั้ง มั้ง มั้ง ...  

ใบแรกเจ้าชะตา ได้ใบนี้มา

;  คำทำนาย เจ้าของไพ่ใบนี้จะมีลักษณะคล่องแคล่ว โดยเฉพาะเรื่องงานด้วยแล้ว คุณเป็นคนที่ทำงานแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเลยทีเดียว ชีวิตของคุณจะต้องมีการเดินทางบ่อยๆ โดยการเดินทางอาจจะเกี่ยวข้องกับการเรียนหรือการทำงาน   

ใบที่สองบอกตำแหน่งสถานการณ์ทั่วไป...

;  คำทำนายคุณได้เริ่มต้นทำบางสิ่งบางอย่าง ที่จะเปลี่ยนแปลงให้เป็นไปตามที่คุณได้ตั้งใจ และหวังเอาไว้ เป็นการผจญภัยของชีวิตครั้งใหม่ (อีกครั้ง) หากไม่ทำตัวเป็นคนไร้สาระ หรือสนุกสนานไปวันๆ ความสำเร็จที่ได้ก็เกิน 80 เปอร์เซนต์แล้วล่ะ    

ก็จะเริ่มอยู่หรอก แต่มันไม่มีจุดให้เริ่มซะที....

ใบที่สาม สิ่งที่มุ่งหวัง ได้ Eight of pentacle

;  คำทำนายคุณอยากมีเงินทองใช้ไม่ขาดมือ อยากใช้ความสามารถที่มีอยู่ ฉกฉวยเงินทองให้กับตัวเองให้ได้มากที่สุด    

ก็กิเลสหนานี่นะพักนี้ มีแต่ของอยากได้เต็มไปหมด จะให้ทำยังไง

ใบที่สี่ อดีตที่ผ่านมา

;  คำทำนายคุณเคยมีคนที่คอยช่วยเหลือคุณอยู่เสมอ ทำให้คุณค่อนข้างจะอยู่สุขสบาย คิดทำอะไรก็ดูดีไปหมด แต่คุณควร ช่วยเหลือตัวเองให้มากขึ้นกว่านี้ซะบ้าง เพราะคนที่คอยช่วยเหลือคุณอยู่นั้น จะเริ่มห่างหายไปในที่สุด    

ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน อตฺตาหิ อตฺตโนนาโถ

ใบทีห้า สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น

;  คำทำนายมีเรื่องกวนใจ ที่จะเข้ามาทำให้คุณหงุดหงิด มีโทสะรุงแรง ทางที่ดีคุณควรอยู่ห่างคนรอบตัวคุณดีกว่า วิธีแก้คือ ให้มองโลกในแง่ดีๆ บ้างจิตใจจะได้สะบายขึ้น    

ใบนี้ตรงสุด เพิ่งอาละวาดเม้งแตกไปเมื่อกี้....

ใบที่หก อนาคตที่จะเกิดขึ้น

;  คำทำนายสบายใจได้เลย เพราะความสมบูรณ์พร้อมจะรอคุณอยู่ในเบื้องหน้า คุณจะสุขสบาย อยากมีอยากได้อะไรก็จะได้มาอย่างไม่ลำบาก มีความสุข สมหวังในความรัก หรืออาจได้สัมผัสกับรักแรกพบ    
อยากได้งาน... ทำงานมันไม่สุขสบายอยู่แล้ว แล้วมันจะสุขสบายได้ยังไงฟะ.... อันนี้ตีปริศนาไม่ออก =  =;

ใบที่ 7 ปัญหาและแนวทางแก้ไข

;  คำทำนายเป็นคนใช้ง่าย มักจะทำกิจให้เสร็จอย่างรวดเร็ว แต่มักขาดความละเอียด รอบคอบ ถ้าเป็นเด็กอาจพลัดพรากจากพ่อแม่ไปเรียนห่างไกล    

...... ง่ายๆ คือทำตัวให้ละเอียดรอบคอบกว่านี้ เพราะเดิมเป็นคนสุกเอาเผากินสินะ... หรืออาจจะต้องไปทำงานไกลๆ เพื่อหนีปัญหา = =? (ทุกวันนี้ก็ไกลบ้านไกลช่องพออยู่แล้วนะ)

ใบที่ 8 อิทธิพลจากรอบข้าง

;  คำทำนายตัวคุณเต็มไปด้วยคนเก่ง หน้าที่การงานดี หรืออยู่ในสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ ทำให้คุณต้องมีความกระตือรือร้น เพื่อให้ประสบความสำเร็จในเรื่องการทำงานหรือการเรียน สำหรับคุณแล้ว คุณอยากเป็นที่หนึ่งเสมอในทุกๆ เรื่อง    

.... ก็เพราะมันอยู่ในสภาพนี้นะสิ  มันถึงโตมาแบบนี้ OTL

ใบที่ 9 ความคิดภายในใจ  3 of pentacle

;  คำทำนายคุณคาดหวังที่จะมีความเป็นอยู่ที่ดี มีเงินทองใช้ไม่เดือดร้อนเรื่องการเงิน อยากให้มีคนมองเห็นความสามารถของคุณพร้อมกับหยิบยื่นโอกาสในการทำงานให้แก่คุณ    

ก็ใครไม่คาดหวังแบบนี้บ้างล่ะ บอกฉันนที ~~~

ใบที่สิบ บทสรุป

;  คำทำนายคุณอาจได้ลงทุนทำธุรกิจ กู้เงิน หรือเริ่มต้นอะไรบางอย่าง แต่คุณกำลังคิดพิจารณาถึงความเป็นไปได้อยู่ อย่างไรก็ตามให้ดูไพ่แวดล้อมเพื่อนำมาพิจารณาร่วมด้วยว่าควรลงทุนหรือไม่ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ มีชายหนุ่มที่กำลังนำโชคลาภ เกี่ยวกับการเงินมาสู่คุณ    

เอ่ออออ คือสรุปว่าจะได้อะไรใหม่ๆ แต่ก็กำลังคิดอยู่  ส่วนชายหนุ่มที่กำลังนำโชคลาภมาให้เนี่ย ช่วยมาไวๆ หน่อยก็ดี ตอนนี้เซ้งเซ็ง

edit @ 12 Mar 2009 16:32:33 by RayOn

edit @ 12 Mar 2009 19:29:15 by RayOn