2008/Jan/27

          ท่านเคยเชื่อถึงสิ่งที่เรียกว่าชะตากรรมหรือไม่ ??   สำหรับข้านั้นสิ่งเหล่านี้ไม่เคยมีความหมายอะไรเลยแม้แต่น้อยนิด จนกระทั่งเหตุการณ์ที่นำพาความล่มสลายเกิดขึ้น...

          ก่อนที่สงครามครั้งที่สามจะอุบัติขึ้น รวมถึงการรุกรานของเหล่าสเคิรท์   ข้าเป็นเพียงเด็กสาวไฮเอลฟ์ ที่อยู่ในตระกูลของช่างทำเครื่องประดับเวทย์แห่งเควล' ธาลัส  นครแห่งอารยธรรมของไฮเอลฟ์(High Elf) ที่สืบทอดความรุ่งเรืองแห่งศาสตร์อาร์เคนมานับพันปี  เคลโรธา คู่หมั้นของข้ารับราชการอยู่กับกองกำลังป้องกันเมืองหลวง ในฐานะของวอร์ล็อค ชีวิตของข้าในเวลานั้นช่างสมบูรณ์พร้อมและมีความสุข

          การรุกรานของเหล่าสเคิรท์ที่ก็เข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว  ทำให้หัวหน้ากองกำลังประจำเมืองเควล'ธาลัส ท่านซิลวานัส วินด์รันเนอร์ได้ถูก เจ้าอาธัส อัศวินแห่งความตายขณะนั้นใช้วิชาชุบศพนางมาในสภาพของแบนชี พร้อมกับสั่งให้นางเป็นผู้นำกองกำลังทหารอมตะเข้าทำลายเมืองที่นางได้ทุ่มเทกำลังปกป้องเมื่อยามมีชีวิตจนพังทลายไปหมดสิ้น  แน่นอนว่า สภาพของเควล' ธาลัส ที่รุ่งโรจน์ไปด้วยอารยธรรม ได้กลายเป็นนรกบนดิน กองกำลังเมืองหลวงอันเกรียงไกร เหตุไฉนสามารถสู้กองทัพผีดิบที่ไม่มีวันตาย และเพิ่มจำนวนได้เรื่อยๆ เล่า ?

          ขณะที่ครอบครัวของข้าอยู่ในช่วงสู้รบกันกับสเคิร์ทที่บุกเข้ามาในเมืองนั้น  ท่านพ่อท่านแม่ของข้าได้ต่อสู้จนกระทั่งสิ้นลมหายใจ แต่อนิจจาประชาชนผู้ที่ไม่เคยฝึกฝนศาสตร์แห่งการต่อสู้เพราะอยู่ในเมืองอันแสนสงบสุขมาหลายร้อยปี เมื่อเจอกับเหล่าแบนชี ผีดิบที่มีความสามารถในการสกัดเวทย์ของเหล่าสเคิร์ท ทำให้ท่านพ่อท่านแม่ของข้าสิ้นชีวิตในเวลาไม่ช้า   ข้าในตอนนั้นได้แต่เตรียมใจความตายเท่านั้น

          "Shadow Bolt" "Arcane Explotion"

          เมื่อสิ้นเสียงร่ายเวทย์ที่คุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับกระแสเวทย์สีดำ ได้จัดการแบนชีตัวนั้นไป  เคลโรธาคู่หมั้นของข้ารีบวิ่งเข้ามาหาข้าพร้อมกับคู่หูของเขาที่เป็นนักเวทย์แห่งกองกำลังป้องกันเมืองหลวง 

          "คานาริ  เจ้าเป็นยังไงบ้าง บาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า ??"  เสียงอันรีบร้อนของเขาตะโกนขึ้นมาพร้อมกับความพยายามในการแหวกฝูงผีดิบเหล่านั้น

          " ข้าไม่เป็นไร เคล... แต่ท่านพ่อกับท่านแม่..."  ข้าชะงักคำพูดแต่เพียงเท่านั้น หากแต่ มาเธอัส นักเวทย์คู่หูของเคลจะรีบแทรกขึ้นมา

          " ไม่ทันแล้ว คานาริ  เราต้องรีบออกจากที่นี่ก่อนที่พ่อกับแม่เจ้าจะ....."  

          ยังไม่ทันจบประโยคนั้นของมาเธลอัส  ร่างที่เหมือนกับจะเสียชีวิตของท่านพ่อท่านแม่ของข้าก็ค่อยๆ กระดุกกระดิกขึ้น  ลุกขึ้นมาด้วยสภาพเลือดอาบท่วมตัว หากแต่ดวงตาไร้แววโดยสิ้นเชิง  ท่านแม่ของข้ามีสภาพที่ไม่ผิดเพี้ยนกับแบนชีที่สังหารท่าน เคลและมาเธลได้แต่สบธขึ้นด้วยความไม่สบอารมณ์

          " ไอ้สารเลว อาธัส ข้าสาบานเจ้าจะต้องชดใช้!!!!" เคลพูดขึ้นก่อนจะรีบใช้ปีศาจของตัวเองจัดการยิงเวทย์ใส่เหล่าผู้ร่วมเผ่าพันธุ์อันไร้วิญญาณเหล่านั้น ส่วนมาเธลจะยิงเวทย์ต่อสู้กับผีดิบที่กรูเข้ามาเรื่อยๆ ไม่หยุดหย่อนเหล่านั้น

         " อาร์เคน เอ็กพลอชั่น!!  โว้ยยย เมืองห่าผีเหรอไงวะเนี่ย !!! ข้าว่าเรารีบหนีกันเถอะ เคล คานาริ "

         มาเธลพูดก่อนจะเตรียมร่ายเวทย์เปิดประตูมิติ  ในขณะที่เคลกับปีศาจคู่ใจ จัดการเหล่าผีดิบที่หนุนเนื่องเข้ามาอย่างไม่ขาดสายเพื่อป้องกันไม่ให้รบกวนการร่ายเวทย์ของเขา  พวกเราสามคนในตอนนั้นเหมือนกับเรือที่ลอยอยู่ในมหานทีแห่งความตาย  วงล้อมของเหล่าผีดิบอันมากมายที่พยายามแยกข้าและมาเธลอัส กับเคลโรธา จนสุดท้าย เคลตัดสินใจร่ายเวทย์บทหนึ่งขึ้น

         " Hell Fire!!!!!!" 

         เพลิงนรกปรากฎขึ้นรอบๆตัวของเคลโรธา  มันเผาผลาญทั้งเหล่าสเคิร์ท รวมถึงชีวิตของคู่หมั้นข้าด้วย...พลังชีวิตของเคลค่อยๆ โดนแผดเผาเรื่อยๆ เพื่อรอจังหวะให้มาเธลอัสรวบรวมพลังเวทย์ร่ายเวทย์สุดท้าย แต่ทว่าเหล่าคนตายที่ไม่มีแม้แต่ความกลัวกลับหนุนเนื่องเข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งสุดท้าย ร่างของเคลก็ล้มลง พร้อมกันนั้นเอง ลูกธนูนับสิบก็รุมเข้ามาปักร่างของมาเธลอัสในพริบตา  พลธนูแห่งเควล'ธาลัส ทหารป้องกันเมืองที่อยู่ในสภาพผีดิบ  ได้กลับมาย้อนทำลายเมืองของตัวเอง เฉกเช่นเดียวกับหัวหน้ากองกำลังไปเสียแล้ว....

         มาเธลอัสกัดฟันแข็งใจร่ายเวทย์ต่อไปจนจบบท

         " คานาริ ไป!!!!!"

         นักเวทย์หนุ่มรีบใช้แรงเฮือกสุดท้ายผลักข้าเข้าประตูมิติ ก่อนที่มันจะดับสิ้นเช่นเดียวกับลมหายใจของผู้เปิดมัน

         " เคล!!! มาเธล ไม่นะ!!!!!!!" 

          ภาพสุดท้ายที่ข้าเห็น คือร่างของมาเธลอัสที่ล้มลง พร้อมกับร่างไร้วิญญาณของคู่หมั้นข้านั่นเอง เวลานั้นข้าได้แต่เคียดแค้นในความไร้พลังของตัวเอง สิ่งที่ข้าทำได้ในตอนนั้น ก็เพียงแค่กรีดร้องตะโกนเจียนจะบ้าคลั่ง ก่อนที่ทุกอย่างก็ดับสนิทไป 

         ...................................................................................................................................................

          เวลาไม่นานหลังจากนั้น ข้าก็รู้ว่า มาเธลใช้เวทย์เปิดมิติมาที่เมืองเล็กๆในป่าเอเวอร์ซอง  บ้านเกิดของเขา ป่าอันแสนสวยงามที่อยู่ด้านข้างของเมืองเควล'ธาลัส ขณะเดินทางไปอย่างไร้จุดหมายในป่าแห่งนั้น ข้าพบเจอกับผู้คนมากมายที่หนีตายออกมาจากนรกแห่งบ้านเกิด ด้วยวิธีเดียวกันกับข้า ไฮเอล์ฟมากมายต่างสูญเสียบ้าน  ครอบครัว  คนรัก  หลายคนรวมถึงข้า  ต่างสูญเสียความหมายของการดำรงชีวิต  ผู้คนที่หลบหนีมาได้รวมตัวกันสร้างหมู่บ้านเล็กๆ ขึ้นมาที่ชายป่าเอเวอร์ซอง  มีชีวิตอย่างหวาดกลัวและหลบซ่อนจากสเคิร์จ

           หากแต่นรกบนดินที่กำลังรอผู้ที่รอดชีวิต....ยังไม่จบสิ้นเพียงแค่นั้น แหล่งพลังงานอาร์เคนกลับถูกโดนทำลายไป จุดมุ่งหมายที่แท้จริงของเจ้าสารเลวอาธัส คือการใช้พลังเวทแห่งบ่อซันเวล ชุบชีวิตให้กับร่างของ คิล'จาเดน(Kil'Jaden) ปีศาจตัวหนึ่งของเบิร์นนิ่ง เลเจียน ผู้มีพลังการทำลายเทียบเท่ากับ อาคิมอนด์   พร้อมกับการกลับมาของคิล'จาเดน  ซันเวลได้ถูกทำลายไป แหล่งพลังงานเวท ที่เหล่าไฮเอล์ฟเสพติดกันมาเป็นเวลาหลายร้อยปีได้ถูกตัดขาด 

           สภาพของพวกข้าในเวลานั้น  ไม่ต่างอะไรกับตายทั้งเป็น แหล่งพลังเวทที่เปรียบเสมือนลมหายใจส่วนหนึ่งได้สูญเสียไปอยางไม่มีวันกลับ  หลายคนถึงกับเสียสติ หลายคนซ้ำร้ายเสียแม้กระทั่งชีวิต ผู้เหลือรอดทุกคนมีชีวิตเหมือนซากศพที่มีลมหายใจ  ข้าไม่อาจพูดได้ว่าสิ่งใดร้ายกาจกว่ากัน ระหว่างความตายเป็นผีดิบใต้การนำของอาธัส หรือการมีชีวิตที่ทุกข์ทรมานเพราะอาการขาดเวทมนตร์

           ข้าไม่รู้ว่า สามารถผ่านช่วงเวลาที่แสนทรมานมาอย่างไร จนกระทั่งวันหนึ่ง ไฮเอล์ฟผู้หนึ่งก็เข้ามายังหมู่บ้าน พร้อมกับสอนวิธีการดึงพลังเวทย์จากสิ่งมีชีวิตอื่นมาทดแทนพลังเวทย์ที่สูญเสียไป ให้แก่ผู้ที่เหลือรอดให้กับทุกคน  หลังจากเรียนรู้การดูดพลังเวทย์มาทดแทน  ทุกชีวิตที่ยังเหลือรอดก็ค่อยๆ ฟื้นคืนสภาพร่างกายและจิตใจเฉกเช่นเดิม  

            ผู้ที่นำวิธีรักษาดังกล่าวมานั่นคือท่าน รอมแมท (Rommath) หนึ่งในผู้ติดตามขององคชาย คาเอล'ธัส ที่กลับมาจากทวิสติ้งเนเธอร์เพื่อมาช่วยพวกเรานั่นเอง

            หลังจากรักษาผู้ที่เหลือรอดอยู่จนหายขาดจากการเสพติดเวทย์มนต์  ท่านรอมแมทได้บอกกับพวกเราถึงสิ่งที่องค์ชายได้ทำไปเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างพวกเรา จนกระทั่งได้วิธีรักษานี้มา

            ท่านรอมแมท กล่าวว่าท่านกลับมาเพื่อช่วยสร้างเมืองใหม่ให้กับพวกผู้ที่ยังอยู่ในอาเซรอท  และรวมพลังกันเพื่อล้างแค้นกับเจ้าสารเลวอาธัส  ไฮเอลฟ์ผู้เหลือรอดหลายคนต่างขนานนามตัวเองเพื่อประกาศเจตนารมย์อันแน่วแน่ว่า เอล์ฟโลหิต หรือ บลัดเอลฟ์  แต่ก็มีหลายคนที่ไม่พอใจกับเรื่องเหล่านี้ และแยกตัวออกไปเงียบๆ จากพวกเรา

           สำหรับข้า... ในเวลานั้น สิ่งนี้เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้ชีวิตที่เหลือรอดอยู่ของข้ามีความหมาย  สิ่งเดียวที่ช่วยข้าจากการตอกย้ำตัวเองถึงความไร้พลังจนกระทั่งสูญเสียทุกอย่าง  ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่ความรู้สึกอันเป็นความสุข  แต่มันคือเหตุผลเดียวที่ค้ำจุนข้าให้อยู่ได้

          และเพราะเหตุนั้นเอง ข้าจึงย่างก้าวสู่บันไดแห่งการแก้แค้นด้วยความเต็มใจ พร้อมกับฝังกลบคราบเด็กสาวที่สุขสบายและไร้เดียงสาเอาไว้จนลึกในอดีต เหลือเพียงแต่ความหยิ่งทระนง และเต็มไปด้วยความคั่งแค้นในตัว  เวลาไม่นานหลังจากนั้น การเดินทางของข้า เพื่อชีวิตข้า เพื่อการแก้แค้นก็เริ่มขึ้น

         วันที่ข้าประกาศตัวเองได้อย่างเต็มภาคภูมิว่า  "ข้าคือ คานาริ พาลาดิน  แห่งบลัดเอล์ฟ!!!"


edit @ 27 Jan 2008 11:25:13 by RayOn

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
โผล่มาเคลโรธาก็ตายเลยเรอะ wink
#1  by  Blade At 2008-01-27 05:37, 
อ่านจบแล้วน่อ

ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเป็นผลงานของคนที่ไม่ได้แต่งฟิคมากว่าสองปี ดูการนำเสนอแล้วค่อนข้างทำได้ดีมากๆเลยทีเดียว

ไม่รู้จะสับอะไรดีเหมือนกัน ลักษณะภาษากับการบรรยายถือว่าสมบูรณ์แล้ว ถ้าจะมีจุดติติงอยู่บ้างก็เป็นส่วนเล็กที่ไม่น่ากระทบกับการรับเรื่องเท่าไหร่
ก็แจกแจงสักนิดก็ละกันจุดหนึ่งที่เห็นคือคำซ้ำ ที่จะมีหลุดมาแบบใกล้กัน อ่านแล้วจะสะดุด จุดนี้ถ้าลองใช้คำที่มีความหมายอื่นหรือคำเลี่ยงก็น่าจะช่วยแก้ปัญหาได้สบาย

แล้วก็เวทมนตร์นี่ รู้สึกว่าจะไม่มี ย์ น่ะครับ

ก็อะไรประมาณนี้ ก็ถือว่าแต่งได้ดีแล้วครับ ไม่ค่อยมีอะไรให้สับมาก พยายามต่อไปน่อ

big smile
#2  by  kiwi At 2008-01-27 05:45, 
เห็นด้วยกะกวี ' ')b
#3  by   (124.121.7.202) At 2008-01-27 07:41, 
โฮ่ เจ๊ ชอบบทแรกนี้แฮะ
แต่มีศัพท์แปลกๆ บ้างสามสี่จุดเล็ก
#4  by  cg At 2008-01-27 12:03, 
อืม เขียนใช้ได้เลย ไม่ได้เห็นมานานแล้วจริงๆด้วย ถ้ามีไฟขึ้นมาเขียนได้ยาวๆก็น่ายินดี XD
#5  by  Dr.Cid At 2008-01-27 19:24, 
1 อ่านง่ายกว่าฟิกตัวก่อนๆมากเลยย่น
2 สงสัยนิดหน่อยว่า ตกลงเผ่า Blood Elf เลยสินะ
3 ซิลเวียนัส เอง ผมไม่แน่ใจนะว่าเป็น Banshee รึว่า Undead Master แต่เหล่าเพื่อนพ้องที่ตายไปน่ะใช่ ซิลเวียนัสที่หลุดการควบคุมแล้วก็ยังจงเกลียดจงชังมนุษย์บางส่วน แถมยังใช้ทุกวิถีทางเพื่อนำกองกำลังไปล้างแค้นอาธัสซะด้วย

4 shadow bolt นี่ไม่ใช่ทำให้ศพเนื้อฉีกออกมาแล้วเหลือแต่กระดูกค่อยเดินมาเพ่นพ่านเหรอ
สงสัยเวทใน wow คงต่างกันมั้ง
นี่ผมอ้างอิงจาก WC3 น่ะนะ

ถ้าเนื้อหาใน WOW โดนเปลี่ยนแล้วก็ขออภัย
#6  by  Jammaster X At 2008-01-30 04:05, 
ป๋า shadow bolt ของ WoW จะเป็นแบบเดียวกับ fire bolt เลยค่ะ แต่เปลี่ยนเป็นธาตุ shadow แทน Fire น่ะ sad smile

ใน WoW เจ๊ซิล จะมี event ร้องเพลงด้วย ชื่อว่า Lament of Highborne ซึ่ง ตอนร้องจะมี แบนชีมาร้องด้วย...
อีกอย่าง ตอน Alliance มา Raid จะฆ่าเจ๊ซิลใน Undercity ในห้องที่เจ๊ซิลอยู่จะมี elite ตัวนึงคือ Varimanthus Dredlord ที่เจ๊ซิลเป็นคนชุบขึ้นมา อยู่ข้างๆ = = เวลา Ally บุกมาฆ่าเจ๊ซิล Ally จะโดนเจ๊ Mind control หมู่วิ่งกันสับสนอลหม่านไปหมด
แล้ว Varimanthus ที่ยืนอยู่ข้างๆ เจ๊จะบินๆไปไล่ทุบนอนกองเป็นแถว confused smile
เลยคิดว่าเจ๊แกเป็น Banshee แน่ แต่ควบ Undead master รึเปล่าไม่แน่ใจ
#7  by  RayOn At 2008-01-30 20:14, 
ครับเข้าใจถูกแล้วฮะ
กาแฟสตาร์บัคส์จะอ่อนกว่าที่ยุโรป

วัฒนธรรมการทานกาแฟในโลกนี้แบ่งออกเป็นสองฝั่ง
คือทางยุโรปและอเมริกา
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ กำเนิดอเมริกาโนครับ
http://icedlatte.exteen.com/20080511/entry
#8  by  Dei At 2008-05-30 21:14, 

<< Home