2009/Jun/16

จาก ภาคก่อน ตอนนี้มาถึงส่วนที่ เป็นสาเหตุในการเขียน blog จริงๆ จังๆซะที (นี่ฉันนั่งอารัมภบทยืดยาวเพื่อเขียนเรื่องนี้สินะ....) ตอนก่อนนี่บรรยายถึง ถ้าเกิดคุณเดินไปร้านขายอาหารพบเจอกับ ถุงอาหารแมว อาหารหมาเต็มร้านแล้วก็นั่งมองยืนมองอย่างงงๆๆ ว่าจะใช้สูตรไหน ให้กับแมวหมา…

ต่อไปนี้คือวิธีการ “อ่านฉลากอย่างฉลาด”  เราจะมา “จับผิด” อาหารเม็ดกัน !! (แสรดด ใครเป็นเซลล์ขายอาหารหมาอาหารแมวไม่ต้องเข้ามาอ่านมานะ)

 ก่อนจะมาอ่านฉลากอย่างฉลาด....อันดับแรกที่จะต้องควรทราบคือ  สิ่งที่เรียกว่า เกรดอาหาร

เมืองไทย เท่าที่เห็นในร้านขายอาหารสุนัข ตอนนี้เราจะมีแบ่งหลักๆ เป็น 3 เกรด คือ

1 ) เกรด Commercial เป็นอาหารทั่วๆไป ใช้ของเหลือจากการผลิตอาหารคนมาทำเป็นอาหารสัตว์ ได้แก่พวกที่มีขายตาม supermarket ต่างๆเช่นยี่ห้อ “Tesco”, “CP”

2) เกรด Premium เกรดพรีเมียมจะราคาแพงกว่าเกรด commercial เพราะจะใช้วัตถุดิบดีขึ้นมาจากธรรมดา  อาจจะใช้ By product บ้าง แต่หลักๆแล้ว แหล่งโปรตีน ควรจะมาจาก เนื้อสัตว์เป็นหลักแต่อาหารกลุ่มนี้จะต้องมี การ Guarantee ถึงปริมาณสารอาหารที่อยู่ในถุง และมีส่วนผสมครบถ้วนตามที่อ้างอิงไว้ทุกประการ มีการบอกอายุสินค้า (วันหมดอายุนั่นล่ะ) และรวมถึงมีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อฝ่ายลูกค้าได้

3)  เกรด Holistic อาหารเกรดนี้คือการใช้เนื้อสัตว์เป็นหลัก และเนื้อสัตว์ที่ใช้จะไม่ใช่วัตถุดิบเหลือจากการผลิต (By product) เช่น เนื้อไก่ก็เนื้อชิ้นๆ มาทำให้แห้งแล้วปรุง  ไม่มีส่วนผสมของ หงอนไก่ ตูดไก่ กระดูกไก่ เครื่องในไก่ โดยการการันตี จะลึกกว่า ไม่วิเคราะห์แล้วโปรตีน  มันหยาบไป นี่เลย  เราเน้นที่ กรดอะมิโน ที่ร่างกายสัตว์จะได้จากการย่อยโปรตีน ว่าอาหารของเราเน้นแน่นอนว่าย่อยแล้วได้กรดอะมิโนที่สำคัญครบถ้วน มีการเติมสารอาหารที่เหมาะสม เช่นกลุ่ม DHT หรือโอเมก้า กรุ๊ปทั้งหลายทั้งปวง เติม prebiotic, probiotic  ตามแต่บริษัทท่านจะสรรหามาให้ลูกค้าเชยชม

เท่าที่ฟังดูดีสุดจะเป็นกลุ่มสาม หรือ holistic grade ตามด้วยราคาที่หรูเริดทรมานกระเป๋าเจ้าของสัตว์เลี้ยง  กับกลุ่มสองที่อาจจะถูกกว่ากันนิดหน่อย แต่ก็โอเค สบายๆ มีให้เลือกสรรค์ตามแต่ความต้องการช็อปปิ้งของเจ้าของหมา (เราเคยซื้อ premium ราคากระสอบละ 1700 บาท, Holistic grade สามารถ อัพราคาไปได้ถึงราคา 3000 บาท ต่อกระสอบนึง 1กระสอบ ประมาณ 15 กิโลกรัม กินได้ประมาณเดือนนึง เพราะเราเลี้ยง golden retriever)

 

จากสาเหตุของความทุ่มเทหน้ามืดของผู้บริโภค ทำให้บริษัทอาหารสัตว์หลายแห่ง ที่ผลิตอาหารเกรดธรรมดา (commercial grade) ก็พยายาม ดึงตัว ถีบตัว แถตัวมาอยู่ในเกรดที่เรียกว่า Premium grade เต็มที่สุดชีวิตทีเดียวเจียวนะเจ้า ( ตามอ่านตอนท้ายๆสิ แล้วจะบรรยายให้ฟัง วะฮะๆๆๆ) 

 

สิ่งต่อไปที่คุณควรรู้ก่อนจะอ่านฉลาก

อาหารสัตว์ในบ้านเรา มีทั้งผลิตในประเทศ และผลิตนอกประเทศ (นำเข้ามานั่นเอง) แต่สิ่งที่ต่างกันคือ อาหารสัตว์ที่นำเข้ามา จะมีการตรวจสอบโดย Association of American Feed Control Officials  หรือ AAFCO ว่าอาหารสัตว์ยี่ห้อนั้นๆ มีรายละเอียดในถุง ตรงกับที่บ่งชี้ไว้ในฉลากอาหารหรือไม่ นัยว่าตรวจมาตั้งแต่อเมริกา ขึ้นเรือข้ามน้ำข้ามทะเลมาขาย  แต่ของไทย ก็เหมือนจะมีการตรวจสอบเหมือนกัน โดยห้องวิจัยของแต่ละบริษัทตามลักษณะ QC นั่น  แต่อย่านึกว่าอาหารผลิตในไทยจะไม่ดีไปซะหมด  เท่าที่เคยใช้มาหลายยี่ห้อที่ผลิตในเมืองไทยถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่คุณภาพเหมาะสมกับราคาทีเดียว

 

อะ ต่อไป มาเข้าเรื่องซะที ว่าด้วยกลยุทธ์บนฉลากอาหารหมา อาหารแมว

ปกติในเว็บบอร์ดพวกสัตว์เลี้ยง เราจะเจอกระทู้ประมาณว่า อาหารยี่ห้อไหนดีสำหรับน้องหมา น้องเหมียว อยู่บ่อยๆ  ปกติแล้วผู้บริโภคจะมีการซื้อสองแบบหลักๆ คือ

ถามเพื่อน(ชาวบ้าน) เอาว่าอาหารยี่ห้อไหนดี  แล้วก็เดินไปซื้อตามที่เพื่อนแนะนำมา  ซึ่งจริงๆก็เป็นการเลือกที่ถูกต้องวิธีนึง แต่ก็อาจจะไม่ได้ดีไปทั้งหมด  และอาจจะไม่ดีกับกระเป๋าของตัวเอง แต่บางครั้ง หลายยี่ห้อที่เพื่อนว่ามา เพื่อนเราก็จ่ายแพงเพื่อซื้อของคุณภาพ ธรรมดาเช่นกัน(ง่ายๆ ก็คือตกเป็นเหยื่อเช่นเดียวกัน)  ดังนั้น ถ้าเกิดว่า ใครถามเพื่อนเอา ข้าม topic นี้ไปเลย เพราะ เราจะเน้นการอ่านฉลากและพิจารณาอาหารสัตว์เอง

ฉลาก: ส่วนประกอบ

เวลาจะซื้ออาหารน้องหมา น้องเหมียว  กวาดตาดูยี่ห้อแล้ว ไล่ดูฉลาก สิ่งที่พิจารณา จะมีอยู่ 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ

1)     ส่วนที่เรียกว่า Guarantee analysis

2)     ส่วนผสมที่อาหารสัตว์ใช้ (ingredient)

 

สองส่วนนี้ต้องดูประกอบกันเสมอ โดย  

 

guarantee analysis ก็คือปริมาณของ %protein, %fat, %fiber, %carbohydrate ของอาหารสัตว์ทั้งหมดนั่นเอง

โดยปกติแล้ว อาหารเม็ดควรจะมี ความชื้นหรือ % moisture ต่ำกว่า 10 % ไม่อย่างนั้นมันจะขึ้นราได้ง่ายมาก

ตัวอย่าง: Guarantee Analysis ( ดูง่ายๆ ก็สังเกตุที่ ค่า % บนถุงอาหารนั่นล่ะ)

Credits: http://www.peteducation.com/article.cfm?c=2+1659+1661&aid=668 

 

Ingredients หรือส่วนผสมในอาหาร จะต้องบรรจุส่วนผสมในอาหารเม็ดนั้น โดยการเขียนจะต้องเขียนโดยอิงตามน้ำหนักของส่วนประกอบที่มีมากที่สุดไปยังน้อยที่สุด

ตัวอย่าง : ingredient บนฉลากอาหาร

Credits: http://www.peteducation.com/article.cfm?c=2+1659+1661&aid=668

 

ฉลาก : เลือกอย่างฉลาด

 

แต่เดี๋ยวก่อน!! คุณคิดว่าค่า guarantee analysis เนี่ยมันเพียงพอเรอะกับการพิจารณาอาหารสัตว์เรอะ ? รู้ไหมว่า โปรตีนเนี่ยมันสร้างกันได้ !?

สมัยหลายสิบปีก่อน เวลาดูค่า guarantee analysis เป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องโชว์ส่วนผสมอาหารที่ใช้  เราเลยทราบกันว่า เมืองนอก(นะจ๊ะไม่ใช่เมืองไทย) ผู้ผลิตเลวๆ บางราย เอาหนังรองเท้ามาป่นๆ เพิ่มค่าโปรตีนไปด้วยแล้วก็เอามาขายในอาหารสัตว์ ทำให้ต้องมีมาตรการ บังคับให้เขียน ส่วนผสม ไว้ข้างถุงอาหารด้วย เพื่อให้ผู้บริโภคได้พิจารณาว่า แหล่งโปรตีน แหล่งไขมัน แหล่งคาร์โบไฮเดรตทั้งหลายเนี่ย มันมาจากไหน

โดยปกติแล้ว อาหารสัตว์เกือบทุกยี่ห้อตอนนี้จะใช้วิธีการเขียนส่วนผสมเหมือนกันหมด โดย การเขียนเรียงตามลำดับส่วนผสมที่ น้ำหนักมากที่สุด ไปถึงส่วนผสมที่น้อยที่สุด (เพราะ AAFCO ที่พูดมาด้านบน บังคับให้เขียนแบบนี้นั่นเอง ไม่อย่างนั้นบริษัทก็เขียนกันตามใจชอบ)

จะดูง่ายๆ คือ ดูรายชื่อ 4 อันดับแรกของส่วนประกอบหลัก ในการพิจารณาคุณภาพอาหารสัตว์  ตัวอย่างง่ายๆ  เอาจากยี่ห้อที่ Roger ชิมมาละกัน

 

แป๊งงง !! ระฆังยกที่ 1

 

อาหารแมวยี่ห้อ แมวราชวงศ์ (Premium Grade)

พิจารณาถุง: สีขาว แถบทอง ถุงซีลฟอยล์ ไม่เห็นมีรูปสีสันสดใสสวยงาม  มีหน้าเหมียวอยู่หน้าถุงตัวนึง ด้านหลังมีแต่ข้อมูลหลายภาษา 

หน้าตา : งั้นๆ สีเดิมๆ เพลนๆ สีน้ำตาล โครตจะไม่ชวนกิน แพงชิบหาย ไม่มีโฆษณาออกทางทีวีซักนิ๊ดดดด มันแพงเพราะนำเข้าจากฝรั่งเศษแน่ๆ !!!

Ingredient : Chicken, corn gluten meal, chicken fat, chicken meal, rice, corn, brown rice, natural chicken flavor, soy isolate, pea fiber, dried egg product, dried beet pulp (sugar removed), rice hulls, anchovy oil (source of EPA/DHA) 

Guarantee Analysis: 

Crude protein (minimum) ……………………30%
Crude Fat (minimum)  ………………………..25% 
Crude fiber (maximum)……………………… 6.1% 
Moisture (Maximum)………………………….8.0% 

VS

อาหารแมวยี่ห้อ หนวดแมว (ที่เจอร์บ่นว่า เปรี้ยวแป้ง) (Commercial grade)

พิจารณาถุง: โอ๊ว สีม่วงสดใสลัลล้า หน้าตาเหมียวสุดหล่อ โชว์รูปเนื้อปลาหน้าถุงด้วย  ด้านหลังก็มีรูปเนื้อปลาบอก เรามีโปรตีนจากปลาทะเล บอกมีคุณค่าสารอาหารครบ 5 หมู่  มีรูปเนื้อปลาเยอะแยะ สดใสสวยงาม (เพ่ๆ แมวมันใช้ carbohydrate