2010/Apr/04

งานหนังสือปีนี้จัดถึงวันที่ 6 เม.ย. เท่านั้นนะคะ มีเวลาอีก 2-3 วัน ถ้ายังไงก็รีบๆไปกันนะคะ

สำหรับรอบนี้ไปสองหน หนแรกไปวันที่ พระเทพฯ ท่านเสด็จมาเปิดงานพอดีเลยต้องรีบกวาดแล้วรีบออก (แหะๆ)

รอบสองไปมาเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา หอบกลับมาได้ก็ตั้งหน้าตั้งตาอ่านกันทีเดียว

เนื่องจากตัวเจ้าของบล็อค เวลาเห็นกองหนังสือใหม่ที่ซื้อมา เหมือนมันจะมีเสียงเรียกร้องจากกองหนังสือที่ซื้่อมาว่า

"มาอ่านฉํนสิ มาอ่านฉันสิ มาอ่านฉันเซ่ !!!!!"  พร้อมกับทอประกายระยิบระยับให้น่าหยิบจับ

(สารภาพคือ กลายสภาพเป็นฮิกกี้มาตั้งแต่วันศุกร์... ไม่ออกจากบ้าน ไม่กิน นอนน้อย เพราะมัวแต่นั่งอ่านหนังสือ แน่นอน อ่านครบทั้งหมดแล้ว  1รอบ แบบแสกนผ่านๆ เลยมา review ให้ฟังเล่นๆ)

สำหรับรอบนี้เสียหายให้กับเจ้าพวกนี้ค่ะ

"หมวดประวัติศาสตร์"

 สามเล่มนี้จากบูธมติชน เป็นชุด World History รวมกัน 3 เล่มราคา 580 บาท( รู้สึกว่าจะถูกเกิน 30% ถ้าซื้อยกเซ็ต) ทั้งสามเล่มนี้เหมาะสำหรับคนที่สนใจประวัติศาสตร์ตะวันตก แต่ไม่ชอบเนื้อหาวิชาการมากอ่านกันแบบ เบาๆ สบายๆ

เล่มแรกคือ  ค็อด ปลาเปลี่ยนโลก (Cod : A Biography of the fish tat changed the world)

กล่าวถึงประวัติศาสตร์โดยอ้างอิงจากปลาที่ชื่อปลาค็อด ก็ปลาเนื้อขาวๆ ดองเกลือ อารมณ์เดียวกับปลาเค็มของบ้านเรานั่นละค่ะ (แต่บ้านเราปลาที่ใช้ทำเค็มเป็นพวกปลาอินทรี ปลาทูใช่ไหม แต่เมืองนอกเนี่ย ปลาค็อดเป็นปลาเค็มที่พวกฝรั่งชอบกินค่ะ) เล่มนี้อ่านง่ายสบาย จิกกัดอังกฤษ อเมริกานิดหน่อย

เล่มสองคือ ประัวัติศาสตร์โลกผ่าน เกลือ ( Salt : A world History)

จากคนเขียนเดียวกับปลาค็อด ก็มามองผ่านเกลือกันบ้าง  ถ้าคุณเคยได้ยินสงครามเกลือมาก่อน จะนึกว่ามันเกิดที่ประเทศจีนใช่ไหมคะ ? แต่จริรงๆ แล้ว "สงครามเกลือ" มันเกิดขึ้นทั่วโลกเลยในช่วงสมัยโบราณ จนถึงยุคกลาง  อเมริกาเองก็มีสงครามเกลือนะ lol

เนื้อหาสนุกสนานตามสไตล์คนเขียนปลาค็อด แต่จะหนากว่าค็อด เพราะว่าเรื่องเกลือนี่ เป็นประเด็นพิพาทกันมานานแล้วค่ะ (ส่วนปลาค็อดนี่เริ่มช่วงยุคกลาง) ตั้งแต่สมัยอียิปต์โน่นเลยทีเดียวเชียว

เล่มสาม เครื่องเทศ ประวัติศาสตร์รสจัดจ้าน ( The Taste of Conquest) อันนี้กล่าวถึง ประวัติศาสตร์ของประเทศยุโรปใต้ พวกที่ล่องเรือเก่งๆ สมัยล่าอาณานิคม แต่เรามักจะลืมกัน ได้แก่พวก โปรตุเกส อิตาลี ดัชต์ ที่ล่องเรือล่าอาณานิคม เพื่อหาหมูเกาะเครือ่งเทศ จนทำให้เกิดสงครามเครื่องเทศ เล่มนี้ก็สนุกมากเช่นกัน

 

หมวดวรรณกรรมแปล

 

 หนีไม่พ้น The Lost Symbol ของ DB (Dan Brown) ขอบอกว่า.. นายอินทร์ทำแสบมากค่ะ... เอาหนังสือ 5 เล่มของ DB มารวมกันแล้วก็จัดกล่องหน้าตาดูดีมาใส่ เลย 5 เล่ม ขายเป็นเ็ซ็ตในงานหนังสือนี้

รู้สึกเศร้าใจมาก เพราะทยอยซื้อทีละเล่ม อยากได้แต่กล่องอะ แต่คิดไปคิดมา เวลามันมาอยู่ในตู้หนังสือ มันก็คงดูไม่งามถ้ายัดกล่องใส่ (องุ่นเปรี้ยวเข้าปายย)จริงๆ รอบหน้าเสนอให้มีทำเฉพาะกล่องขายนะคะ (ฮาาา)

เป็นนิยายแนวสืบสวน ที่แนะนำให้คนที่ไม่มีพื้นด้านประวัติศาสตร์ิศิลปะตะวันตกอ่านเล่มแปลค่ะ  = =;

เนื่องจากส่วนตัว ซื้อเล่มภาษาอังกฤษมาแล้วก็อ่านได้ประมาณครึ่งเล่มก็ยอมแพ้... เพราะสัญลักษณ์ในเรื่องเยอะมาก (จบมาทางสายวิทย์... ไม่ค่อยถนัดพวกองค์กรลับ และสัญลักษณ์พวกนี้) ชวนให้มึนส์กว่า Angle&Demon ในภาษาอังกฤษมากๆ ค่ะ  = =;

 แต่่สำหรับคนที่เรียนมาด้านนี้หรือศึกษาค้นคว้าพิเศษด้านนี้ อ่านฉบับอังกฤษก็ได้อรรถรสแบบต้นตำรับ

แต่คนแปลไทยก็แปลได้อยู่ในระดับดีเลยค่ะ

 

อีกเล่มก็ Percy Jackson: The Titan's Curse

เล่มสามของวรรณกรรมเยาวชน ที่ปรับปรุงมาจากตำนานเทพกรีกโบราณ  ส่วนตัวชอบคนเขียนคนนี้นะ เขียนได้เข้าใจง่ายแล้วก็สนุกดีทีเดียว  สไตล์วัยรุ่นอเมริกัน

เรือ่งนี้คงไม่ต้องพูดมาก เพราะมีหนังฉายไปแล้วในบ้านเรา (ซึี่งส่วนตัวแล้ว นิยมนิยายมากกว่าหนังนะ) เป็นเล่ม 3 ค่ะ สำหรับ part ของ Percy จะจบในเล่ม 5 

ตอนนี้คนเีขียน กำลังเขียนภาคของธาเลียแล้ว (ภาษาอังกฤษ) ก็กำลังรอสอยอยู่เช่นเดียวกัน

 

หมวดวรรณกรรมเยาวชนแดนสยาม

แนะนำสำหรับผู้ที่ชอบวรรณกรรมเยาวชน ที่ไม่ใช่โรงเรียนพ่อมด เวทย์มนต์ ตัวเอกเมพมาแต่กำเนิดเป็นแกรี่สตู และแมรี่ซู

"ผู้เสกทราย ภาค 2 " ซอยออกเป็นสองเล่ม และก็จบซะที จบบริบูรณ์

สำหรับ ภาคแรก คือภาคน้ำตาลร้อยสี อันนี้เป็นเรื่องของเด็กชายคนหนึ่ง ที่ไม่สมประกอบ(แต่จะไม่สมประกอบยังไงดูในเรื่อง) และการเดินทาง การพบเจอคนมากมาย พร้อมกับเวรกรรมที่โดนให้แบกรับชะตากรรมของคนทั้งทวีป

ภาคสอง ก็คือ คิมหันต์กับเหมันต์  เป็นเรื่องบทสรุปของทุกอย่าง ความแตกต่างของคนจะเข้ากันได้หรือไม่ และแต่ละคนจะเสกทรายของตัวเองให้สวยงามได้แค่ไหน และเราเรียนรู้ที่จะแบกรับความผิดพลาดของคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเราได้อย่างไร ?

อ่านแล้วรู้สึกว่า สงครามครูเสดมันคงไม่เกิดขึ้นถ้าเกิดว่าเราพยายามเรียนรู้ซึ่งกันและกัน  เหมาะที่อย่างยิ่งในสภาพกีฬาสีของประเทศชาติตอนนี้

 

Dragon Delivery: 5 

งานเขียนของคนเขียนคนเดียวกับผู้เสกทรายด้านบน แต่เป็นแนวแฟนตาซี เฮฮา ธุรกิจมังกร ที่น่าจะจบเล่ม 6 หรืออาจจะไม่จบก็ได้ (ฮาาา) 

เกี่ยวกับธุรกิจมังกร ที่พักนี้คงไม่ค่อยได้ทำธุรกิจ เนื่องจากเรื่องวุ่นๆ วายๆ ทั้งหลายกำลังถาโถมมาให้ที่ไอ้ขอรับ และท่านเจย์วาน

สำหรับคนที่อ่านเล่มก่อนๆ มา องค์หญิงโมราทรงพระโหดได้ใจมากค่ะเล่มนี้

สำหรับคนที่ไม่เคยอ่าน ถ้าชอบอ่านแนวแฟนตาซีเศรษฐกิจ ตัวเอกจืดจางแต่มีพัฒนาการ นางเอกเป็นสาวร่าเริงแต่ปากไม่ค่อยตรงกับใจ  พร้อมจอมมารฯ ที่หลงรักสาวหลอน... ท่านจะเจอได้ในเล่มนี้

อ่านแล้วฮาสนุกสนาน วางไม่ลงจริงๆนะเออ

 

The Draker's Story 2: แท่นศิลาแห่งความไม่เอนเอียง

จากคนเขียนเดียวกับ เซวีน่า รอบนี้เธอก็มาในเรือ่งราวของมังกร  ส่วนตัวเลย อ่านเรื่องของคนเขียนคนนี้ จะรู้สึกสนุกกับระบบของโลกที่เขาสร้า่งมา  (ส่วนความสัมพันธ์ของตัวละคร อันนี้เฉยๆ และไปเรื่อยๆ)

สำหรับภาคนี้เป็นการหาไข่มังกรฟองที่สอง  จนถึงเรื่องแปลกๆประหลาดๆทีเ่กิดขึ้นในชีวิตของเอมี่ และทินเซล รวมถึงถ้วยน้ำชาทั้ง 4

สำหรับคนที่ชอบอ่านแฟนตาซีใสๆ สบาย ไม่คิดมากค่ะ

จริงๆ คงจะมีหนังสืออีกหลายเล่มที่อาจจะต้องควักตังค์จ่าย แต่เผอิญว่าทยอยซื้อไปหมดแล้ว เลยรอดจากกระเป๋ากลวงในรอบเดียวได้หลายเล่มทีเดียว

ปีนี้หนังสือในงานไม่ค่อยโดดเด่น (หรือเพราะเราติดกีฬาสีกันก็ไม่รู้เลยไม่ค่อยฟู่ฟ่าเรื่องประชาสัมพันธ์ในงานเท่าไหร่)  เพราะไม่ได้ไปหาดูทีบูธ A day , bliss หรือ pearl เลย เนื่องจากบอกตรงๆว่า.. ขี้เกียจฝ่าฝูงชนไปลุยที่เพลนารี่ฮอลล์ค่ะ  = =; (รวมกับที่ว่า หลังๆรู้สึก มึนๆ ซึมๆ กับ light novel และนิยายแปลฟากญี่ปุ่นในงานหนังสือแปลกๆ เพราะทยอยซื้อตลอดเลยไม่ได้กะว่าจะไปถล่มเงินซื้อเยอะๆ เอาของแถมในงานหนังสือด้วย )

แต่ถ้ามีเวลาไปเดินดูซักรอบ ก็ถือว่าดี่ค่ะ แล้วอย่าลืมมาเล่าให้ฟังบ้างนะว่าได้หนังสืออะไรติดมือมาบ้าง :D

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet


เรากลับเพิ่งคลั่ง Jlightพุ่งขึ้นมาซะงั้น
กำลังสนใจเพอร์ซี่เหมือนกันฮะ
#3 by [ Sai ];charot At 2010-04-07 20:28,
พวกหนังสือนิยายที่ค่อย ๆ ออกมาเล่มละปีสองปีแบบนี้พวกชอบทำกล่องพิเศษมาใส่เรื่อย ๆ อยู่แล้ว (ดูอย่างแฮร์รี่ี พอตเตอร์) อย่าไปสนใจเลยครับ ไม่งั้นก็ต้องคอยเสียดายทุกปีแหละ ^^'
...ยังมีอีกสองวัน ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะไปอีกนะ...
#2 by กระรอกโฉด At 2010-04-04 11:33,
่วันนี้ก็จะไปงานหนังสือๆๆ
ทุกปีต้องมีลิสต์ว่าจะซื้ออะไรบ้าง
ปีนี้ปาเข้าไปเป็น 30 เล่ม ดีทีี่มีแม่ช่วยออกตังค์

ตอนจ่ายมันก้อมีความสุขดี
แต่ตอนนับตังค์ทีหลังอ่าดิ
#1 by N-amsai At 2010-04-04 09:57,