ล็อคเก็ตสีทองเต็มไปด้วยฝุ่นและเก่าคร่ำคร่า อยู่ในอุ้งมือข้า มันดูเป็นของมีค่าที่ใครซักคนทำหายไปเมื่อนานมาแล้ว ข้าได้ล็อคเก็ตนี้จากการปฏิบัติภารกิจระหว่างอยู่ที่ทรานควิเลี่ยน เมืองซึ่งรายล้อมไปด้วยเหล่ากองทัพผีดิบที่หลงเหลืออยู่ในการทำลายนครเควล' ธาลัส ครั้งนั้น
" อะไรนะคะ!!!? จะให้ข้าเอาเจ้านี้ไปคืนเจ้าของที่กลายเป็นสเคิร์ทไปแล้ว ???"
" พวกนั้นคือฟอร์เซเค่น (Forsaken) คานาริ ไม่ใช่ สเคิร์ท (Scourge) เจ้าก็คุ้นเคยกับพวกนั้นตอนทำงานอยู่ที่ทรานควิลเลี่ยนแล้วนี่ " ท่านเทศมนตรีได้แต่ยิ้มพร้อมกับแก้คำเรียกของข้าด้วยเสียงสงบนิ่ง
" นอกจากจี้อันนั้นแล้ว ข้ายังฝากสาส์น เป็นพันธมิตรไปกับเจ้าด้วย ส่งมันให้ถึงมือ ซิลวานัส แห่งอันเดอร์ซิตี้" ท่านเทศมนตรีพูดขึ้นพร้อมกับส่งซองจดหมายให้กับข้าอีกอย่างหนึ่ง
หากข้าไม่ถูกความขุ่นเคืองใจเข้ารุมเร้า ข้าน่าจะฉุกใจคิดว่า เหตุใด ภารกิจที่ดูเหมือนสำคัญเช่นนี้ จึงถูกส่งมาถึงข้าที่เป็นเพียงพาลาดิน ซึ่งเพิ่งผ่านพ้นหลักสูตรพื้นฐานและต้องหาประสบการณ์รวมถึงพัฒนาเวทย์อีกหลายเวทย์ เพื่อที่จะเรียกตัวเองได้อย่างภาคภูมิใจว่า อัศวินโลหิต (Blood Knight)
แต่ในเวลานั้นอารมณ์ฉุนเฉียวบดบังข้าจนลืมคิดถึงข้อนี้ไปซะสนิท...
" จะเรียกอะไรมันก็ผีดิบ ไม่มีชีวิตอยู่ดีนั่นล่ะท่าน !!! แล้วนี่ท่านยังคิดจะส่งสาส์นการเข้าร่วมกับกองกำลังของพวกนั้นอีกงั้นหรือ ?? " ข้าพยายามติติงการตัดสินใจของเทศมนตรี แต่ก็อีกนั่นล่ะเบี้ยเลี้ยงของภารกิจนี้มันสมเหตุสมผล จนถึงกับเรียกว่ามากทีเดียว ถ้าข้าสามารถทำมันสำเร็จ ท่านเทศมนตรีได้แต่มองบลัดเอลฟ์หัวดื้ออย่างข้า พร้อมกับพยายามอธิบาย
" เราอยู่โดยตัดขาดไม่มีพันธมิตรไม่ได้ คานาริ ผู้นำเผ่าพันธุ์ของเราก็ยังไม่กลับจากทวิสต์ เนเธอร์ เราต้องรักษาเมืองใหม่ของพวกเราไว้รอท่านคาเอล'ธัส ถึงฟอร์เซเค่นจะเป็นผีดิบ แต่ศัตรูของศัตรูนับได้ว่าเป็นแนวร่วมเดียวกัน เจ้าก็รู้ว่าอาเซรอทตอนนี้ เต็มไปด้วยความวุ่นวายของการแบ่งขั้วอำนาจระหว่างพันธมิตร(The Alliance) กับ ฮอร์ด (The Horde) ถึงไม่เลือกวันนี้ วันหนึ่งเราก็ต้องเลือกที่จะเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอยู่ดี "
'แล้วเราก็ไม่มีทางกลับไปหาพันธมิตรได้อีกแล้ว เพราะองค์ชายคาเอล'ธัส ดวงซวย โดนใส่ร้ายจากฝ่ายนั้นจนเขาตัดพวกเราทิ้ง เอออ ข้าเข้าใจ ท่านเทศมนตรี ข้าฟังมาเป็นสิบรอบแล้ว มันเป็นเหตุผลการเมืองเดิมๆนั่นล่ะท่าน ให้ตายสินี่ข้ามาเป็นนักรบเพื่อสู้กับสเคริท์ เพื่อการล้างแค้นแต่นี่มัน เฮ้อออ'' ข้าบ่นในใจ แต่เอาเถอะ หน้าที่ก็ต้องเป็นหน้าที่ ข้าคิดขึ้นมาหมุนตัวรีบเดินออกไปจากโถงกลาง
" เดี๋ยวๆ คานาริ เจ้าจะเดินไปไหน??? ข้า มี...." เทศมนตรีพูดขึ้นเมื่อเห็นข้ากลับหลังหันไปยังทางออกของหอซันสไปร์ (Sunspire)
เอาล่ะ ข้ารับภารกิจนี้แล้วท่าน ไม่ต้องกล่อมข้าอีกหรอก ข้ารู้ พวกเรามันไม่มีทางเลือก พวกเรามันโดนเฉดหัวจากพันธมิตร เราเลยต้องไปร่วมกับฮอร์ด ร่วมกับฟอร์เซเค่น พวกผีดิบที่มีเจตนารมย์ล้างแค้น เจ้าสารเลวอาธัส ข้าจะรีบทำให้มันจบๆไป อยู่นี่ไงเล่าไม่ต้องย้ำมาก!!!
" เอาเป็นว่าข้ารับทำหน้าที่นี้แล้วกัน!! " ข้ารีบตะโกนบอกพร้อมกับรีบก้าวเท้าออกไปทันทีโดยไม่ฟังท่านเทศมนตรีพูดจนจบ
ไอ้บ้านายกเทศมนตรี!!!! แกเป็นพวกบ่อนทำลายของสเคิร์ทสินะ ใช่ รวมถึงนังบ้าซิลวานัสด้วย เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะพวกแกต้องการจะลดจำนวนประชากรพาลาดินฝึกใหม่อย่างพวกข้านะสิ ถึงให้ใช้มาส่งสาส์นถึงอันเดอร์ซิตี้ นี่เองคือเหตุผล!!!
แค่เดินออกมาจากเมืองทรานควิเลี่ยน ฝ่าฝูงสเคิร์ทตกค้างนอกเมือง จนมาถึงปลั๊คแลนด์ตะวันออก (Eastern plaque land) สภาพร่างกายข้าก็ย่ำแย่เต็มที่ จากการต่อสู้กับพวกเจ้าพวกสเคิร์ท แต่ไอ้ที่หนักกว่านั้นคือ ทันทีที่ข้าก้าวข้ามยังเขตนี้ EPL สิ่งแรกที่เจอก็คือหมีอันเดทตัวใหญ่มหึมา วิ่งมาตะปบ มันก็คงจะสบายหรอกนะ ถ้าท่านเป็นพาลาดินทีมีแข็งแกร่งและมีประสบการณ์ รวมถึงเกราะอันแข็งแรงทนทานพอตั้งรับกับเจ้าสัตว์ยักษ์ที่เป็นของตกค้างของสเคิร์ทพวกนี้
ข้าในเวลานั้นไม่มีทุกอย่างที่พูดมา ก็ได้แต่นอนบาดเจ็บรับสภาพอยู่เช่นนี้ และคงต้องนอนนิ่งอยู่อย่างนี้ไปอีกนาน ทั้งๆที่ยังไม่ได้ฟาดฟันกับพวกสเคิร์ทให้สมกับความแค้น
แต่ทว่า อาจจะเป็นโชคดีของข้าที่เวลานั้นเอง เสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นมา
"Resurrection"
พร้อมกันน่าร่างกายของข้าก็ค่อยๆ ขยับได้ทีละน้อย พลังชีวิตค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่ยๆ จนกระทั่งเต็ม แต่พลังเวทย์ยังขาดอยู่เล็กน้อย ข้าหันไปมองผู้ร่ายเวทย์อันแสนวิเศษให้กับข้า พร้อมกับยิ้มทักทายอย่างคนคุ้นเคย
พรีสคนนั้นชื่อว่า ซีดัส (Cidus) เป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเควล'ธาลัส พร้อมกับข้านั่นเอง แต่ซีดัสเป็นไฮเอล์ฟตระกูลนักบวชที่มีพลังสูง รวมถึงพรสวรรค์ทางการใช้เวทมนตร์ ทำให้ในเวลาไม่นานหลังจากรักษาอาการเสพติดพลังเวท ด้วยทักษะและพรสวรรค์เหล่านั้น ทำให้เขาพัฒนาความสามารถจนกระทั่งรับภารกิจที่เสี่ยงอันตรายมากกว่าข้า ข่าวคราวกับซีดัสครั้งล่าสุด ข้าได้ข่าวว่าเขาได้จัดตั้งทีมและมีคู่หูเป็นวอร์ล็อคและถูกส่งไปปฎิบัติภารกิจลับที่นอกอาณาเขตซิลเวอร์มูน
ข้าค่อยๆ ลุกขึ้นก่อนจะทักทายด้วยความคุ้นเคยกับพี่ชายร่วมเผ่าพันธุ์
" ขอตะวันนำทางท่าน (Anu belore dela'na )" พร้อมกับโค้งให้กับซีดัสอย่างสุภาพให้กับความช่วยเหลือข้าจากวิกฤติเมื่อครู่นี้ ดวงตาสีเขียวเรืองแสงของซีดัสกวาดตามองมาที่ข้า พร้อมกับรอยยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับมาเช่นกัน
" เจ้าพัฒนาขึ้นมากนะ คานาริ แต่คงยังไม่พอสำหรับจะจัดการกับเจ้านั่น " ซีดัสชี้ไปที่ซากศพเดินได้ ซึ่งตอนนี้ได้แปรสภาพหลุดพ้นจากการควบคุมไปด้วยฝีมือของเขาและชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ
" ข้าก็ไม่ได้ตั้งใจมาเจอเจ้านั่นหรอก แต่มันเป็นทางผ่านไปทำภารกิจที่เจ้าเทศมนตรีนั่นส่งมา"
" นี่เจ้าหมายความว่า เทศมนตรีส่งเจ้ามาที่นี่โดยที่เจ้ายังไม่สามารถสู้กับพวกมอนสเตอร์แถบนี้ได้อย่างนั้นเรอะ ? " ชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ซีดัสพูดขึ้น เขาดูมีทีท่าสบายๆ ผมสั้น และดวงตาสีเขียวเรืองบ่งบอกถึงความเป็นบลัดเอล์ฟ และเหนือสิ่งใดเขามีอิมพ์รับใช้ตัวนึงอยู่ข้างๆ แบบที่คู่หมั้นข้าเคยมี ข้าเดาว่าเขาคงเป็นวอร์ล็อคคู่หูของซีดัสที่ได้ยินมา
" เปล่า เทศมนตรีสั่งให้ข้าเอาของไปส่งคนผู้หนึ่งที่อันเดอร์ซิตี้ ท่าน.. "
" เลซาร์ เรียกเลซก็ได้ " เขาพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มด้วยท่าทีสบายๆ ในขณะที่ซีดัสเริ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย
" อันเดอร์ซิตี้ คานาริเจ้าหมายถึงว่าจะไปพบซิลวานัส สินะ?"
" ใช่" เลซกับซิดัสสบตากันครู่หนึ่ง วอร์ล็อคหันหลังให้ข้าและตัวสั่นเหมือนกับพยายามกลั้นหัวเราะ ส่วนซิดัสมีท่าทีลำบากใจที่จะเอ่ยปากเหลือแสน
" ท่านเทศมนตรีไม่ได้บอกเจ้าหรือว่า เรามีเครื่องวาร์ปอัตโนมัติที่สามารถเข้าถึงอันเดอร์ซิตี้ได้โดยไม่ต้องผ่าน อีสเทิร์นปลั๊กแลนด์ อยู่ที่ซันสไปร์? "
" หา!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"
หลังจากเหตุการณ์นั้น เป็นสิ่งที่สอนให้ข้าจดจำได้จนถึงวิญญาณว่า อย่าหุนหันพลันแล่นเวลารับภารกิจโดยไม่ตั้งใจฟังรายละเอียดให้จบ..
base on True story: 20%... เคยโง่เอ๋อ เดินไป under city ผ่าน EPL จริงๆ.... และก็โดนชุบจริงๆ พร้อมกับเพื่อนในกลิด์บอกให้ว่า.. มันมีที่วาร์ประหว่างสองเมืองใหญ่... อนิจจา ชีวิต
edit @ 27 Jan 2008 14:37:14 by RayOn
edit @ 28 Jan 2008 00:14:01 by RayOn