จริงๆ เรื่องที่มีให้มาเขียนรอบนี้มันมาจาก... การที่ อาหลาน แย่งใช้ computer ที่มีอยู่ตัวเดียว ทะเลาะกันลั่นบ้าน พอได้เวลาใช้ ก็ไปเจอหน้าเว๊บที่ อาเปิดอยู่พอดี เลยดูๆ ผ่านๆ เตรียมปิดอยู่แล้วล่ะ แต่ดันไปเจอ ชื่อพันธ์ไม้แปลกๆ จากเว๊บไซต์แนะนำการท่องเที่ยว ที่ อาเขา link ไปดู (เป็นเว๊บไซต์ของเกาะไหหนัน ในประเทศจีนค่ะ) ก็เห็นเจ้าต้นไม้ต้นนี้ขึ้นมา

ดูแล้วก็ไม่ค่อยแปลกใจหรอกค่ะ จนกระทั่งได้มาเห็นชื่อมันนี่สิ - -
Antiaris toxicaria
แค่นั้นเท่านั้นแหละ พอมีคำ Toxic ติดยี่ห้อต้นไม้ชนิดนี้...มันก็เลยเกิดความอยากรู้อยากเห็น เลยนั่ง serch ด้วย engine ตัวนึง....
ผลออกมา มันดันออกมาเป็น keyword ทั้งตระกูลเลยแฮะ...
ไม่ว่าจะเป็น ต้นย่านาง Antiaris toxicaria Lesch. ----> แต่หน้าตามันไม่ใช่ไอ้ต้นที่อยู่ในรูปเล๊ยยสรรพคุณทางแพทย์โบราณคือ "แก้ไข้ทุกชนิด".... อันนี้มันเน้นการรักษานี่นา บู่ๆ
พอมาอันทีสอง ก็ เป็น Antiaris toxicaria Lesch ภาษาไทย ยางน่องต้น อยู่ในวงศ์ Moraceae ....... มองดูๆแล้ว จากที่บรรยายลักษณะก็เข้าท่าอยู่หรอก เพราะมันบอกว่ามีลักษณะแบบ พูพอน ( ซึ่งจะเจอในพื้นที่ป่าดิบชื้น)
ว่าด้วยยางน่อง พิษของมันคือสารที่ชื่อว่า antiarin ค่ะ เป็นสารลักษณะเป็นรสขม แล้วก็เป็นสารเคมีในกลุ่มของ Glycoside ใช่ค่ะ เป็นพิษต่อหัวใจและระบบประสาท จะทำให้เกิดอาการ Arrhythmia , brandycardia พร้อมกับเกิด cardiomuscle flacid[ที่ใช้ศัพท์ทางการแพทย์ ก็เพราะว่าฝึกให้ค้นคว้ากันหน่อย -3- ความรู้มันจะมาหาง่ายๆเรอะ ] โดยปกติใช้สำหรับการล่าสัตว์สมัยก่อน :D แล้วมีใครแปลกใจบ้างไหม...
ว่าถ้าเกิดใช้สารพิษล่าสัตว์แล้ว คนที่กินทำไมไมได้พิษไปด้วย ???
..คำตอบง่ายมาก คนโบราณเขาใช้มีด เฉือนเนื้อที่ติดพิษที่จะมีลักษณะเป็นสีเขียวช้ำๆ ออกไปหมดแล้วค่อยเอาสัตว์มาย่างกิน...นะสิ - -p
ป.ล. เมล็ดยางน่องแก้ไข้ได้ด้วยนะ :D ทุกสิ่งมีสองมุมเสมอละคะ อย่าลืม
ว่าไปถึงเรื่องยางน่อง...ยางน่องมีสองวงศ์ใหญ่ๆ อีกวงศ์นึงเป็นพวกไม้เลื้อย หรือเรียกว่า ยางน่องเครือ ชื่อเหมือนกันแต่อยู่คนละวงศ์เลยด้วยซ้ำ - -'' รายนี้อยู่วงศ์Apocynaceae
ชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Strophanthus scandens Roem & Schult
เจ้านี่จะเป็นยางสีแดงค่ะ ในขณะที่ยางที่ออกมาจากยางน่องต้นเป็นยางสีขาว ^^
ส่วนยางกับเมล็ดก็มีสาร Glycoside กรุ๊ปอีกเช่นเดียวกัน :D แต่คนละชนิดกับยางน่องต้นนะค่ะ แต่สำหรับพิษตัวนี้ความรุนแรงของยางน่องเครือ จะร้ายกว่ายางน่องต้นอีกต่างหาก ^^! (แหงสิ นี่เล่นมีพิษทั้งเมล็ด ทั้งยาง) แถมยังมี Additive factor ให้รุนแรงขึ้นโดยการตากแห้งแล้วก็เอาไปผสมกับต้นยาสูบเข้าไป... พอรู้ไหม พวกต้นยาสูบมีสารอะไรอยู่ด้วย Nicotine ไงคะ เป็น additive factor ที่เพิ่มเข้าไปเพื่อให้พิษของ glycoside รุนแรงขึ้น ไม่ต้องนับว่าตัวมันเองก็จัดเข้าข่ายสารพิษตัวนึงอยู่แล้วนะ.. จนถึงตอนนี้ในบ้าน ถ้าเกิดว่ามีพวกเพลี้ยแล้วก็แมลงรุมต้นไม้ทีสวน... บ้านเรายังเอาใบยาสูบมาแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน แล้วก็ ราด ผลัวะ ~~ ในสามวัน เพลี้ยแป้ง มดแดง ตายเรียบ - -'' แล้วคนจะเหลือไหม
เฮ้อ ...
นึกแล้ว นายพรานโบราณแสนฉลาด แต่คนสูบบุหรี่ปัจจุบันนี้สิ ...ทำไมยังเอา Nicotine เข้าปอดโดยสมัครใจอยู่อีก
อนึ่ง ถ้าเกิดว่า มีคนเผลอเรอ ไม่ทันตั้งตัว บาดเอาพิษที่มีฤทธิ์ยางน่องล่ะจะทำยังไง...
ง่ายมาก..ปัจจุบันก็ นี่เลย ยา Diuretic...ยาขับปัสสาวะ เป็นคู่ combo กับอาการของโรคหัวใจเกือบจะทุกอันเลย - -'' (ลด Pressure ของน้ำในตัวคนไข้) ตามด้วย..ยากัน Arrhythmia ของหัวใจ.... แล้วก็สารพัดยา...
แต่สมัยโบราณรู้ไหม เขาให้กินผ้าดำ เคี้ยวๆ แล้วกลืนน้ำลายกิน หรือไม่ก็ปูนาดิบๆ...
อย่านึกว่าคนโบราณโง่นะค่ะ - -'' สมัยก่อนผ้าดำหรือว่าผ้าย้อมฝาดน่ะ ย้อมมาจากสารที่ประกอบมาด้วย ต้นคราม กะด่าง.... แล้วสารพวกไกลโคไซด์นี่ มันเป็นกรดอย่างอ่อนๆนะค่ะ - -'' ด่างเจอกรด ... เป็นกลางพอดี..ตามด้วยให้กินแต่น้ำลาย ยิ่งเพิ่มความเข้มข้นของยาแก้พิษเข้าไปอีก ส่วนไอ้ปูนานี่..งงๆ เหมือนกัน กินไปทำไมหว่า.... หาเหตุผลไม่ได้
แถมท้ายอีกอย่าง... เวลาโดนงูกัด คนโบราณให้หายางน่องมาทาปากแผลที่งูกัด นัยว่าเป็นการ ทำ "พิษแก้พิษ" คาดว่า สารในยางน่อง บางอย่างอาจจะไประงับพิษโปรตีนซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของพิษในพวกสัตว์กลุ่มงู ก็น่าจะเป็นไปได้นะ หรือไม่ก็ไปช่วยทำให้ Brandycardia ที่ช่วยชะลอพิษของงูที่จะวิ่งเข้าไปทั่วร่างกาย ก็อาจจะได้ก็ได้ :D
ป.ล. ไอ้พวกข้อมูลพวกเนี้ย เอามาจากเว๊บไทยล้วนๆเลยนะ เว๊บ eng มันไม่มีหรอก - -'' ข้อมูลแบบยาพื้นบ้านพวกเนี้ย
..........
ความรู้ก็ได้มาแล้ว ข้อมูลดีๆ ก็ได้มาแล้ว แต่ที่ยังไม่ได้น่ะ มีอยู่อย่างเดียว
ใครก็ได้ ช่วยฉันบอกทีสิ ว่าไอ้ต้นด้านบนน่ะ มันคือต้นอะไรกันแน่ !!!
(กลายพันธุ์อีกแล้ว blogนี้ ; ; ฮือๆๆ เริ่มบ่นจากเรื่องทะเลาะ มาจบที่เรื่องยางน่อง) ToT
edit @ 2005/08/07 10:09:25